clipper.gif (9069 bytes)

na_article_01.gif (2488 bytes)

na_article_05.gif (2337 bytes)
vi2.gif (7862 bytes)

เรียบเรียงจากส่วนหนึ่งของคำปาฐกถาของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ใน
การประชุมนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลกลุ่มภาคเหนือครั้งที่ 3 ประจำปี 2540
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2540 ณ บ้านสวนคันทรี่คลับ อ.เมือง จ. ลำพูน

dot.gif (41 bytes)

การเมืองในยุคหน้าสู่ปี 2000 ของประเทศไทย การเมืองหลังเลือกตั้งใหม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ เราคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแน่นอนยุคหน้าจะต้องเป็นยุคแห่งความโปร่งใส รัฐบาลต้องเปิดบัญชีทรัพย์สินรัฐมนตรีทุกคนตามกฎหมายใหม่ คงมีอะไรบนหน้าหนังสือพิมพ์ให้วิเคราะห์กันเยอะ รัฐมนตรี 49 คน มีเรื่องให้วิเคราะห์กันมาก ก็ต้องเปิดเผยบัญชีของตัวรัฐมนตรี ของคู่สมรส บุตรผู้เยาว์ต้องรายงานแต่ไม่ต้องเปิด ถ้าจำเป็นเขาจะเปิด . . . เพราะฉะนั้นยุคใหม่จึงเป็นยุคของความโปร่งใส การตรวจสอบ การเปิดเผยทรัพย์สิน ไม่ได้เปิดธรรมดา ต้องแนบการเสียภาษีของปีที่แล้วให้ดูด้วยเพื่อจะได้ดูว่าคุณมีรายได้เยอะขนาดนี้คุณเอามาจากไหน แล้วเปิดไม่ใช่เปิดครั้งเดียว หลังวันออกก็ต้องเปิดอีกทีนะครับแล้วออกครบ 1 ปีเอาอีกทีนะครับ เพื่อให้รู้ว่าหมกเม็ดอะไรไว้บ้าง แล้วก็บัญชีการบริจาคของพรรคการเมือง การใช้เงินของพรรคการเมืองก็ต้องถูกเปิดด้วย . . .

ยุคต่อไปท่านทั้งหลายในฐานะนักการเมือง เป็นยุคของ Generation X คนรุ่นใหม่ ๆ นี้เป็นคนที่มุ่งในเรื่องของผล แสดงว่าเขาต้องการนักการเมืองที่มีความสำเร็จ และสามารถทำงานสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน นั้นคือลักษณะของคน Generation X นอกจากนั้นยังมีปัจจัยที่ว่านี่เป็นยุคของ Information Technology เป็นยุคสังคมข่าวสาร เป็นสังคมของการใช้คอมพิวเตอร์ . . .

โลกข้างหน้านี้จะเร็วมาก จะเร็วเหมือนเศรษฐกิจที่ตกต่ำวันนี้อย่างรวดเร็ว แต่มันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามาเร็วมาก ทุกอย่างเป็นเรื่องของ Information Technology การ์ดใบเดียวใช้ได้แทบทุกอย่าง คือต่อไปนี้การ์ดก็จะมีไอซีติดอยู่ด้วย นั่นคือแนวโน้มที่จะเป็นอิเล็คทรอนิกส์มากขึ้น เพราะฉะนั้นท่านเองจะต้องรู้ว่าการบริหารทุกอย่างข้างหน้าก็เป็นการบริหารที่ต้องอาศัย Information Technology พอสมควร จะไม่เป็นลักษณะของการต้องเตรียมเอกสารกันเป็นแถวอย่างนี้ และกฎ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารผ่านแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว วันนี้หน่วยราชการทุกแห่ง นักการเมืองทุกคน สามารถที่จะตรวจสอบพฤติกรรมที่ทำไป ขอดูข้อมูลการสั่งราชการที่ผ่านมา สัญญาทุกอย่างที่เราเตรียมไว้ ประชาชนขอดูได้หมด เพราะฉะนั้นถ้าหากมันเป็นระบบคอมพิวเตอร์ก็ง่าย ถ้าเข้าไปนั่งหน้าจอ คุณขอดูอะไรก็ไปดูได้สะดวกทุกแห่ง นั่นเป็นยุคของสังคมข่าวสาร

ยุคต่อไปก็ต้องยอมรับอีกว่าในปี 2000 นั้นเป็นเรื่องของเศรษฐกิจล้วนๆ การค้า การลงทุน การคบค้ากันระหว่างประเทศ เศรษฐกิจทั้งนั้นเลย พูดกันเรื่องค้าขาย พูดกันเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิหมด นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2000

ประการสุดท้ายแน่นอนจะเน้นในเรื่องของคุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิตคือสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ศิลปะ วัฒนธรรม
ภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งหลายที่เขียนในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือแนวโน้มของโลกที่จะเกิดขึ้นนะครับ

เมื่อโลกข้างหน้าจะเป็นอย่างนี้ เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่จะออกมาในแนวนี้ ผู้นำท้องถิ่นก็ดี ผู้นำประเทศข้างหน้าก็ดี ลักษณะหน้าตาจะเป็นอย่างไร

  dot.gif (41 bytes)  ต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ เพราะสังคมรุ่นใหม่เริ่มมีความรู้ เริ่มคิดอย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นเขาต้องการคนที่สามารถชี้นำการเปลี่ยนแปลงของสังคม ก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน ชี้นำการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางความเป็นอยู่ เพราะฉะนั้นเขาต้องการ The man of visionary คือคนซึ่งมีวิสัยทัศน์ แต่ไม่ใช่นักฝัน ฝันอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ เป็นการเพ้อฝัน วิสัยทัศน์คือมองการณ์ไกลแล้วรู้ว่าอะไรจะเปลี่ยน จะทำอย่างไร แล้วปรับปรุงแก้ไขเพื่อรองรับกลไกต่างๆที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

  dot.gif (41 bytes)  ต้องเป็นนักคิดอย่างมีกลยุทธ์ ถ้าไม่มีกลยุทธ์ก็ไม่สามารถที่จะไปต่อสู้ไม่สามารถนำพาองค์กรของประเทศหรือองค์กรของตัวเองไปแข่งขันกับคนอื่นเขาได้ คือต้องคิดให้เป็นนักกลยุทธ์ มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ

  dot.gif (41 bytes)  ต้องเป็นนักเจรจา เพราะต่อไปเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องของการเจรจา คือการเจรจาการค้านั่นเอง จะเป็นนักเจรจาได้ดีต้องรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต้องมีความสัมพันธ์กับท้องถิ่น เพื่อที่จะเป็นพันธมิตรในการค้าการขายได้

  dot.gif (41 bytes)  ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี การจะเป็นแบบอย่างที่ดีก็คือต้องเป็นคนมีคุณธรรม เพราะว่าโลกสมัยใหม่เป็นโลกแห่งความโปร่งใส ไม่ต้องการความเคลือบแคลง สังคมปัจจุบันมีความละเอียดสับสน เพราะฉะนั้นเขาต้องการความชัดเจน ความโปร่งใส

นั่นคือความต้องการของสังคมยุคใหม่ที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ปี 2000 ซึ่งในปี 2000 ทั่วโลกเขาเตรียมการเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว เขาเตรียมในเรื่องของ Information Technology เตรียมในเรื่องของการเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันติดอาวุธให้กับประชาชน ติดอาวุธให้กับธุรกิจของเขาเพื่อให้เกิดความแข็งแรง แต่วันนี้เรายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย เพราะว่าเสียหายกันทั่วหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจตกลงมาอย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ

ผู้นำรุ่นใหม่ต้องมีศิลปะของการสร้างความสมดุลระหว่างท้องถิ่นและส่วนกลาง ระหว่างความเจริญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องระวังคือ เรื่องความสมดุลทางอำนาจของส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ในอดีตนั้นเราใช้ระบบการรวมศูนย์มากเกินไป แต่ขณะเดียวกันท้องถิ่นไม่ค่อยเติบโต วันนี้ประเทศไทยเลยกลายเป็นประเทศสองสังคม เป็นสังคมในเมืองกับเป็นสังคมชนบท เป็นสังคมของคนมีฐานะกับสังคมของคนที่ระดับการศึกษาไม่พอ ไม่มีฐานะ เพราะว่าการกระจายความเจริญสู่ชนบทนั้นไม่ทั่วถึง องค์กรการเมืองท้องถิ่นอ่อนแอ เหมือนกับพ่อแม่เลี้ยงลูกให้เป็นเด็กตลอดเวลา นึกเป็นห่วงลูกกลัวลูกจะไม่ปลอดภัย ก็พยายามดูแล เพราะฉะนั้นลูกเลยไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ จะเห็นว่าความพอดีตรงนี้ต้องมี คือต้องเลี้ยงไป ห่วงใยไป และพยายามฝึกให้เขาเติบโตควบคู่กันไปด้วย ในอดีตคุณเลี้ยงไปและสร้างความเดือดร้อนไป คุณเลี้ยงแล้วไม่ยอมให้เขาเติบโต แต่คุณโตคนเดียว เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เลยบังคับว่า เอาอย่างนี้เสียดีกว่าไหม ให้เขาเติบโตเอง คือบังคับไปเลย

นี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำทั้งประเทศจะต้องสร้างศิลปะแห่งความสมดุลตรงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งของสังคม เพราะโดยธรรมชาติเรามีเหมือนสองสังคมกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องมีศิลปะแห่งความสมดุลตรงนี้เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เกิดการรวมพลังมากกว่าการขัดแย้ง

อีกประเด็นที่ต้องคำนึงถึงคือ ความสมดุลของการสร้างความเจริญและการรักษาสิ่งแวดล้อม ตรงนี้ก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ถ้าเราจะสร้างความเจริญโดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อม มันกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น เราต้องพยายามหาความสมดุลตรงจุดนี้

โลกเราได้มีวิวัฒนาการมาเป็นช่วง ๆ ช่วงแรกคือ

ยุคที่ 1 คือยุคของเกษตรกรรม ในสมัยนั้นสังคมชนบทบ้านเรายังอยู่ในคลื่นลูกที่ 1 มีคลื่นลูกที่ 3 ปนมานิดเดียว คือมีทีวีกับวิทยุ คลื่นลูกที่ 1 คือยุคเกษตรกรรม ชีวิตของคนจะเป็นชีวิตในชนบทที่ทำเพื่อพอกินพอใช้ อย่างมากก็แลกเปลี่ยนกันกับเพื่อนบ้านเล็กๆ น้อยๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบ ไม่มีสิ่งแวดล้อมที่เสียหาย ศิลปะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีดี มีน้ำจิตน้ำใจต่อกันดี อันนั้นคือลักษณะของความเป็นอยู่ของคนในยุคเกษตรกรรม

พอเข้าสู่ยุคที่ 2 เป็นยุคอุตสาหกรรม เป็นยุคที่โลกนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นยุคของการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม คือผลิตจำนวนเยอะ ๆ ผลิตเพื่อจำหน่าย ในยุคอุตสาหกรรมนี้เป็นยุคที่ผู้คนแข่งขันกันในทางผลิตเพื่อให้มีปริมาณมากและราคาต่ำ ทำให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีการหวงแหน ทำลายสิ่งแวดล้อมสารพัดอย่าง ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย เพราะแข่งกันและเป็นยุคของทุนนิยม เป็นยุคที่ทุกคนคิดจะแข่งกันเพื่อจะได้มาซึ่งวัตถุและเงินทอง ยุคนี้ศิลปวัฒนธรรมถูกทำลาย ความมีน้ำจิตน้ำใจของคนในสังคมถูกทำลาย คนมุ่งหาแต่เงิน สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติที่ควรเก็บไว้ให้ลูกหลานถูกนำมาใช้จนแทบหมดสิ้น เป็นยุคที่คนเจ็บปวด แต่ขณะเดียวกันก็ไปสนุกกับความสุขที่เป็นวัตถุ

ปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ 3 แต่แน่นอนความแตกต่างในสังคมของแต่ละประเทศยังอยู่ ไม่ได้หมายความ ว่ามี 3 แล้ว 1, 2 จะหายไป แต่ว่าความสมดุลจะต้องเกิด ยุคที่ 3 ที่เข้ามานี้คือยุคของสังคมข่าวสาร เป็นยุคสื่อสารโทรคมนาคม เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นยุคนี้จึงเป็นยุคซึ่งผู้คนสามารถทำงานอะไรได้มากมาย เพราะว่าระบบสามารถทำให้คนมีขีดความสามารถสูงขึ้น คนๆเดียวสามารถทำอะไรหลายอย่างได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นคนก็เริ่มจะคิดถึงความสุข ความพอดี คิดถึงคุณภาพชีวิตที่เคยเห็นในยุคที่ 1 และถูกทำลายในยุคที่ 2 ยุคนี้จึงเริ่มมีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อหาพลังมาทดแทนทรัพยากรธรรมชาติที่เสียไปให้มากที่สุด และรักษาสงวนไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นความเจริญที่จะมาถึงจะคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลักด้วย ไม่ใช่เอาความเจริญอย่างเดียว และขณะเดียวกัน ก็พยายามที่จะรื้อฟื้นศิลปะวัฒนธรรมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้คำนึงถึงจุดนี้ด้วย ได้คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการสร้างความเจริญ การนำความเจริญในเชิงวัตถุมาสู่ท้องถิ่น กับการรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญา ท้องถิ่น ถ้าหากว่าเราสร้างความสมดุลตรงนี้ไม่ดี เราจะย้อนยุคกลับไปอยู่ยุคที่ 1 ซึ่งมันไม่สามารถที่จะรักษาความเป็นยุคที่ 1 ไว้ได้แล้ว สภาพความเป็นจริงคือว่า การกิน การใช้ เครื่องนุ่งห่มต้องซื้อ มันปนไปในเรื่องของทุนนิยมพอสมควร ฉะนั้นตรงนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างและรักษาความสมดุล นักการเมืองท้องถิ่นต้องยอมรับและรับรู้ตรงนี้ และสร้างความสมดุลให้ดี เพราะท่านมีหน้าที่สร้างความเจริญให้เมือง สร้างความเป็นอยู่ของคนในเมืองและชนบทให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นคือหน้าที่ของท่าน ความสมดุลในระหว่างความเจริญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติต้องพอดี ท่านจะต้องเป็นคนเกลี่ย ท่านต้องเป็นคนกลางระหว่างคนในท้องถิ่นกับการรับความเจริญจากส่วนกลาง รับความเจริญจากการลงทุนในส่วนอื่นที่จะเข้ามาในพื้นที่ ท่านต้องเข้าใจตรงนั้นให้ดี นั่นเป็นศิลปะอีกอันหนึ่ง ท่านจะต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ให้ดี