clipper.gif (9069 bytes)

na_article_01.gif (2488 bytes)

na_article_05.gif (2337 bytes)
magazine.gif (3199 bytes)
 
   
  จุดยืนนโยบายการศึกษาและการพัฒนา  ทรัพยากรมนุษย์ "สร้างคน สร้างชาติ"
   
 

ปณิธาน
 


         
พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปี 2542 จุดประกายปฎิรูปการศึกษาไทย พรรคไทยรักไทยจะทำทุกวิถีทางให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุผลตามเจตนารมย์และกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายแม่บทการศึกษาฉบับนี้กำหนด

   
 

คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อการศึกษา
 


          เพื่อให้ประเทศไทยอยู่รอดและก้าวต่อไปอย่างสง่างามในเวทีโลก ผู้นำประเทศต้องวางแผนลงทุนการศึกษาอย่างมีทิศทาง เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศและเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาด้านอื่น ๆ และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรทุกชนิดที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

   
 

ภารกิจสำคัญของพรรคไทยรักไทย
 


          มุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการเพื่อให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่เด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่ทุกคน ให้คิดเป็น ใฝ่รู้ รู้จักเรียนรู้ ด้วยตนเอง สามารถนำความรู้ไปทำงานเป็น ด้วยวินัยและจินตนาการสร้างสรรค์ สร้างรายได้แก่ตนเองพร้อมกับสร้างงาน สร้างอาชีพแก่ผู้อื่นเป็นผู้ประกอบการได้

   
 

พรรคไทยรักไทยมุ่งมั่นที่จะให้การศึกษา สร้างชาติ สร้างคนไทยรุ่นใหม่
 


         
ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ของชาติไทย เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทย เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสากล และถึงพร้อมด้วยคุณธรรมเข้าใจแก่นแท้ของศาสนาของตน มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นพลเมืองดี สามารถร่วมมือกันสรรค์สร้างสังคมไทยให้ร่มเย็นและรุ่งเรือง

   
 

พรรคไทยรักไทยจะจัดการศึกษาโดยมุ่งความเป็นเลิศนี้ได้ โดยสร้างกลยุทธ 2 มิติ
   
 

ปัจจัย 4 ประการในสถานศึกษาทุกระดับ
   
 
สภาพแวดล้อม
 
          ร่มรื่น เป็นระเบียบ ปลอดภัย ไร้มลพิษ ไร้สารเสพติดและอบายมุข
   
 
อุปกรณ์ทันสมัย
 


         
นอกจากอุปกรณ์การศึกษา กีฬา ดนตรี ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แล้ว ต้องขยาย
เครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้ครอบคลุมสถานศึกษาทั่วประเทศตามแผนพัฒนาสารสนเทศแห่งชาติ เช่น

   
 

*

ให้โรงเรียนมัธยมเข้าถึงเครือข่ายสคูลเน็ตภายใน 2 ปี
   
 

*

ให้โรงเรียนประถมเข้าถึงเครือข่ายสคูลเน็ตภายใน 4 ปี
   
 
การบริหารจัดการ
   
            มุ่งให้นักเรียน นักศึกษามีคุณภาพและมีความสุข
   
 

          ส่งเสริมให้สถานศึกษาบริหารตามแผนงาน โดยกำหนด "ธรรมนูญโรงเรียน" และให้ "คณะกรรมการสถานศึกษา" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติทำงานอย่างอิสระแท้จริง ภายใต้ระบบตรวจสอบที่โปร่งใส พรรคสนับสนุนให้รณรงค์และเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง เพื่อให้พ่อแม่ ชุมชน มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน

   
 
ครู-ผู้บริหารมืออาชีพ เพียบพร้อมด้วยคุณภาพและคุณธรรม
 


          มุ่งให้อาชีพครูเป็นอาชีพชั้นแนวหน้า เร่งรัดกองทุนเพื่อครูและระบบสหกรณ์ครูที่เข็มแข้ง และบริหารจัดการดีเพื่อสวัสดิการและการพัฒนาครูในทุกเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้ครูมีความเป็นอยู่ที่ดี ปราศจากหนี้สิน ดำรงความเป็น "ครู" ได้

 


          เร่งวางระบบให้ครูและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาได้พัฒนาความรู้ต่อเนื่อง และสามารถสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ แผนพัฒนาครูที่เร่งด่วนคือ

   
 

*

ภายในเวลา 2 ปี ครูทุกคนรวมทั้งครูโรงเรียนอาชีวะต้องได้รับการอบรจนใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้

   
 

*

ครูภาษาอังกฤษต้องผ่านหลักสูตรเข้มข้นกับเจ้าของภาษา
   
 

*

ผู้บริหารต้องมีทักษะการบริหารและภาวะความเป็นผู้นำ
   
 


          รัฐต้องสรรหาคนเก่ง คนดีเป็นครู โดยเฉพาะสายที่ขาดแคลน ตั้งแต่บัดนี้ โดยคัดเลือกให้ทุนนักเรียนมัธยมที่เรียนดี ประพฤติดีและจะต้องคอยดูแล แนะแนวตลอดระยะเวลาการศึกษา

 


         
ยกย่องครู ผู้บริหารมืออาชีพที่ดำเนินชีวิตเรียบง่ายประหยัด ขยัน ปลอดอบายมุข และในขณะเดียวกัน
ครูที่ทำผิดจรรยาบรรณ ครูต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและถูกลงโทษ

 


         
สนับสนุนให้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารในสถานศึกษา ชั่วโมงการสอน สัดส่วนนักเรียน เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลากับงานสอน หรืองานส่งเสริมวิชาการ ผู้บริหารต้องทุ่มเทให้กับกิจการของสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาให้บรรลุตามแผนงานทุกด้าน

   
 

กระบวนการสู่ความเป็นเลิศ
   
 
ระบบประเมินคุณภาพ
 


          สนับสนุนให้โรงเรียนทั่วประเทศทยอยเข้าสู่ระบบการประเมินคุณภาพ ภายในรูปแผบบสากลที่ประยุกต์กับประเทศไทย โดยองค์กรมหาชนอิสระที่เป็นกลาง เพื่อให้ครู/ผู้บริหารคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการประเมินคุณภาพอย่างสร้างสรรค์ในแง่ที่เป็นกระบวนการที่วัดผลเพื่อความก้าวหน้าของตนมิใช่เพื่อลงโทษ เป็นการช่วยให้สถานศึกษามีความพร้อมที่จะผ่านการประเมินคุณภาพภายนอกตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ สถานศึกาาที่ผ่านการประเมินควรได้รับงบประมาณเพิ่มเป็นแรงจูงใจ

   
 
ปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
 


          ให้ทันโลก ทันสมัยอยู่เสมอ และเชื่อมโยงกับนโยบายด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะนโยบายแรงงาน สาธารณสุข เศรษฐกิจ เกษตร เพื่อความเป็นเอกภาพและก่อประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชนทุกคน ทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและผู้เกษียณงานซึ่งต้องการทำงานอื่น

   
 

*

หลักสูตรทุกระดับต้องได้รับการประเมินและปรับปรุงเป็นระยะ ๆ โดยคณะทำงานซึ่งประกอบด้วย ภาครัฐ เอกชนสาขาอาชีพต่าง ๆ รวมทั้งเกษตรกร เพื่อให้ผู้เรียนมีความสมดุลทางสติปัญญา อารมณ์ พร้อมด้วยคุณธรรม มีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยหลักสูตรที่ทันต่อยุคสมัย ใช้ได้ในชีวิตจริงของแต่ละท้องถิ่น มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น ไม่ซ้ำซ้อน ที่สำคัญ คือ มีภาคปฏิบัติ และเสนอวิชาเลือกที่ตรงกับความต้องการของสังคม ตัวอย่างเช่น การประกอบการสาขาต่าง ๆ การบริหารจัดการ ฯลฯ

   
 

*

สนับสนุนการศึกษาของสงฆ์และทุกศาสนา เพื่อสืบทอดศาสนทายาทและสืบสานหลักธรรมทุกศาสนา

   
 

*

สนับสนุนการศึกา เพื่อคนพิการ และการศึกษาพิเศษ เพื่อให้ทุกคนเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม

   
 

*

สนับสนุนให้อุดมศึกษาของรัฐและเอกชนพัฒนาคุณภาพและศักยภาพเต็มที่เพื่อเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศ

   
 

*

กำหนดเกณฑ์มาตรฐานแห่งชาติสำหรับผู้เรียนแต่ละระดับและวัดผลด้วยข้อสอบมาตรฐานกลาง ดังนี้

   
 
* เด็กปฐมวัย
 
          มีพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ ปัญญาสมวัย พร้อมที่จะเข้าเรียนชั้น ป1. ต่อไป
   
 
* จบชั้น ป6.
 
         
ต้องสามารถฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ดี สื่อสารภาษาอังกฤษระดับเบื้องต้นได้
 
         
คิดเลขคล่องแคล่ว มีความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์  ได้ฝึกใช้เครื่องมือ เครื่องจักรใกล้ตัวอย่างง่าย ๆ ได้ฝึกดนตรี กีฬา ศิลปะ อย่างน้อย  คนละ 1 ชนิด (ควรเป็นของไทย)
   
 
* จบชั้น ม.3 (ภาคบังคับ)
 
         
ใช้คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้
 
         
มีความรู้ภาษาสากลเพิ่มอีก 1 ภาษา ตามความถนัดและความสนใจ
 
         
ร่วมกิจกรรมชมรมศิลปะ ดนตรี กีฬาไทย อย่างน้อย 1 ชมรม
 
         
ผ่านกิจกรรมเพื่อศาสนาหรือสาธารณประโยชน์
 
         
ผ่านการฝึกอาชีพอย่างน้อย 1 หลักสูตรพร้อมการฝึกงาน
   
 
* จบชั้น ม.6 (การศึกษาพื้นฐาน)
 
         
ใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี อ่าน เขียน พูด ฟัง ภาษาอังกฤษและภาษาสากลได้ดี
 
         
มีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนหรือศาสนา ร่วมกิจกรรมชมรมเสริมวิชาการ 1 ชมรม
 


         
ในสายอาชีพ ต้องผ่านการฝึกงานจนทำงานได้ ในสายสามัญต้องได้เรียนหลักสูตรวิชาชีพอย่างน้อย 1 วิชาและได้ฝึกงาน

   
 
* อุดมศึกษา
 


         
ต้องเขียน อ่าน พูดฟังใช้ภาษาที่สอง และเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างคล่องแคล่ว  เป็นปัญญาชนที่เป็นเลิศทางวิชาการ ผ่านการฝึกงานอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา พร้อมทำงาน ได้อย่างสร้างสรรค์

 
         
มีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชน หรือศาสนา วัฒนธรรมในช่วงปิดภาค