|
1. |
เร่งรัดการกระตุ้นเศรษฐกิจ |
|
|
ที่มีผลต่อการยกระดับรายได้ของประชาชน และหยุดการทรุดตัวทางเศรษฐกิจ
โดยคงภาวะการขาดดุลการคลังต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ในกรอบการรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและวินัยการคลังที่เหมาะสม
และจะปรับนโยบายการคลังให้เข้าสู่การคลังที่สมดุล เมื่อเศรษฐกิจสามารถขยายตัวขึ้นมารองรับได้อย่างเพียงพอ
ในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจนี้ รัฐบาลจะจัดทำงบประมาณ
โดยยึดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศเป็นที่ตั้ง
และจะปฏิรูประบบและกระบวนการจัดสรร
พร้อมทั้งจัดทำระบบการเบิกจ่ายงบประมาณใหม่
โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่รัดกุมและประเมินผลได้อย่างต่อเนื่องและทันต่อเหตุการณ์
โดยปรับลำดับความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งบประมาณให้เหมาะสม
และปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจปัจจุบันให้ขยายตัว
ลดการลงทุนที่มีมูลค่าการนำเข้าสูง ลดรายจ่ายที่เป็นภาระต่อประชาชน
และนำงบประมาณที่ปรับลดไปลงทุนในโครงการและกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงาน
สร้างรายได้ทันทีตามเป้าหมายที่ชัดเจน |
|
|
|
|
2. |
ปรับปรุงระบบภาษี |
|
|
ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ
เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นภาคเศรษฐกิจจริงที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ
และเป็นพื้นฐานในการปฏิรูปโครงสร้างผู้ประกอบการใหม่
ทั้งนี้จะปรับโครงสร้างภาษีอากร
ทำแผนที่ภาษีและวางระบบการจัดเก็บที่ประหยัด สะดวก และโปร่งใส
สำหรับผู้เสียภาษีโดยเฉพาะจะขจัดการตีความซ้ำซ้อน ลดอำนาจผู้จัดเก็บ
สร้างความชัดเจน และโปร่งใส เพื่อขจัดการฉ้อราษฏร์บังหลวง |
|
|
|
|
3. |
บริหารการคลังอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน |
|
|
โดยเฉพาะการรักษาวินัยการคลัง ในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ
จะจัดทำแผนการบริหารทรัพย์สิน และหนี้สินสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ
ประหยัดและจะกู้เงินเฉพาะ เพื่อการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อสร้างฐานรายได้ให้แก่ประชาชน
และภาคเอกชนเป็นหลักรวมทั้งเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน |