|
บทสัมภาษณ์
ดร.ทักษิณ ชินวัตร รายการ Nation New's Talk
ออกอากาศทางช่อง 9 อสมท.
วันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2540
เวลา 20.45 - 22.00 น. ดำเนินรายการโดย
สุทธิชัย หยุ่น

สุทธิชัย -
ตัวเลขที่คุณทักษิณแจ้ง ปปป. นี่
ลดลงจากที่เคยมีทรัพย์สิน
60,000กว่าล้านเป็น 20,000
กว่าล้าน จริงรึเปล่า
ดร.ทักษิณ - จริงๆ
มันเป็นสิ่งสมมุติเท่านั้น
จริงๆ มันคือกระดาษ
กระดาษคือใบหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้ขาย
หุ้นลงเหลือบาทเดียวก็ไม่ได้ขาย
หุ้นขึ้นไปถึง 1,000 บาทก็ไม่ได้ขาย
มันเป็นตัวเลขสมมุติเท่านั้น
สุทธิชัย -
แต่รู้สึกว่าตัวเองจนลง
ดร.ทักษิณ - ผมไม่ได้สนใจ
ผมไม่สนใจ เพราะจริงๆ แล้ววันๆ
นึงคนเรากินใช้ไม่เท่าไหร่
ตอนนี้ก็ไม่กล้ากินมาก ตอนเย็นก็ทานแต่ผัก
กลัวอ้วน แล้วตายเร็ว
คือคนเราไม่มีใครบ้าในเรื่องเหล่านี้
จริงๆแล้วเป็นเรื่องของกระดาษ
กระดาษคือใบหุ้นธรรมดา
สุทธิชัย
-
แต่เขาวัดคุณทักษิณตรงนี้แหละ
ก็คุณทักษิณขึ้นมามีชื่อเสียงในประเทศไทย
เขาว่ารวยที่สุดมีตั้ง 60,000 ล้าน แต่ว่าเหลือ 20,000
ล้านนี่ ถ้าผมเป็นคุณทักษิณ
ก็จะขึ้นลงตามนั้นด้วยหรือเปล่า
ดร.ทักษิณ - ไปคิดกันเอง จริงๆ
แล้วมันอยู่ที่ผลประกอบการว่าบริษัททำธุรกิจมีกำไรมั้ย
มีปันผลผมเท่าไหร่ ตรงนั้นสิเป็นเงินผม
เงินคือเงินปันผลจากทางบริษัท
อย่างวันนี้ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างนี้ ดอกเบี้ยก็แพง
เงินกู้ก็หายาก
ประชาชนกำลังซื้อไม่มี ไม่ซื้อ
ปันผลผมก็ไม่มี ผมก็ไม่ได้ตังค์
ผมก็เอาเงินที่ผมมีอยู่เดิมมาใช้
ก็แค่นั้นเอง
สุทธิชัย -
ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นวิกฤตอย่างนี้
คุณทักษิณในฐานะเป็นนักธุรกิจเองมีการปรับตัวอย่างไรในการบริหารในการวางแนวอย่างนี้ไป
ดร.ทักษิณ
- คือจริงๆ
แล้วทุกอย่างต้องกลับไปคิด
ทุกอย่างต้องคืนฐานหมด
เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจ พื้นฐานจริงๆ อยู่ที่กำไร
ทีนี้ที่ผ่านมาเราสนใจคำว่ากำไรน้อย
ไปสนใจการขยาย เพราะว่าเงินทุนทางต่างประเทศเข้ามาง่าย
ขาดการควบคุม
ที่ผ่านมาก็กู้มาคิดว่าเงินกู้มาเหมือนไม่ต้องใช้คืนไปใช้ผิดประเภท
เพราะฉะนั้นบริษัทไม่มีกำไร
ตรงนั้นสำคัญที่สุด
ทำธุรกิจต้องกลับไปที่เบสิก
สุทธิชัย
-
กลุ่มชินวัตรของดร.ทักษิณก็เป็นส่วนหนึ่งของฟองสบู่นั้นด้วยหรือเปล่า
เงินทุนต่างประเทศมาถูกขยายรวดเร็วใหญ่โต
ดร.ทักษิณ -
เราคือส่วนหนึ่งของสังคมนี้
เพราะฉะนั้นสังคมนี้เป็นอะไรมันต้องได้รับผลกระทบมากน้อย ถ้าเตรียมตัวดีก็น้อยหน่อย
ไม่ดีก็มากหน่อยอันนั้นเป็นธรรมดา
ชินวัตรก็เป็นบริษัทหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทย
วันนี้เครดิตของประเทศเสีย
การกู้เงินจากต่างประเทศทำไม่ได้
ชินวัตรก็ทำไม่ได้เหมือนคนอื่น มันเหมือนกัน
สุทธิชัย
-
แต่ประสบการณ์ของคุณทักษิณเคยเจออย่างนี้มาแล้ว
ประสบการณ์เดียวอย่างที่เคยเมื่อคราวที่ตั้งตัวใหม่ๆจนทุกวันนี้
เคยเจอวิกฤตการณ์สองสามครั้งคืออะไร
วันนี้ทุกคนมองกลับไป บอกเป็นสิ่งที่ไม่ถึงกับไม่คาดฝัน
แต่มันก็เป็นราคาที่แพงพอสมควร
ดร.ทักษิณ -
ผมตั้งตัวจากไม่มีอะไร
ผมสองคนกับภรรยาทำธุรกิจมาเคยรู้จักว่าแลกเช็คร้อยละ
5 ต่อเดือน ต่อปี 60% เจอมาแล้ว
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วประมาณร้อยละ
3 ก็ตั้งตัวมา เพราะการทำธุรกิจในเบื้องต้นเวลามันไม่มีตังค์กำไรมันไม่คิดแล้ว
คิดอย่างเดียวคือสภาพคล่องสำคัญที่สุด
แต่การรักษาสภาพคล่องนั้นวงจรมันหยุดไม่ได้
คืออย่าให้ตัวเองเสียเครดิต
อย่าหนีเจ้าหนี้ บางครั้งต้องเอาหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่าเพื่อให้วงจรหยุดไม่ได้
ถ้าวงจรหยุดเมื่อนั้นเราก็ลำบาก
นั่นคือวงจรของบริษัทเล็กๆ นะครับ
บริษัทใหญ่ก็เหมือนกัน
และประเทศก็เหมือนกัน
วันนี้ประเทศไทยเราเหมือนวงจรหยุด เฟืองหลายตัวหยุด
ต้องให้เฟืองเหล่านั้นทำงานต่อ
การทำงานนั้นถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะสูง
อยู่เพื่อให้มันเดินได้
ถ้าเดินไม่ได้ยุ่ง
เมื่อเดินได้แล้วถึงจะมาดูว่าเดินได้อย่างไรถึงจะประหยัดที่สุด
ถ้าบอกว่าประหยัดก่อน
มันจบด้วยการที่ว่าเฟืองตายก่อน
บางคนบอกว่าประหยัดไม่ซื้อน้ำมันมาเติม
ไม่ซื้อน้ำมันมาเติมเครื่องก็เดินไม่ได้
วันนี้ประเทศไทยคล้ายๆ กับว่า
วันนี้เรามาเริ่มต้นกับคำว่าประหยัด เฟืองมันเลยไม่เดิน
ต้องเริ่มต้นให้ระบบกลไกเดินก่อน
สุทธิชัย
- คือให้มีสภาพคล่อง
ดร.ทักษิณ - ถูกต้องครับ
มีสภาพคล่องก่อน
แล้วค่อยประหยัด
สุทธิชัย
-
เพราะฉะนั้นคุณทักษิณมองอย่างไรที่รัฐมนตรีคลังคุณธารินทร์บอกว่า
เพื่อปกป้องเงินบาทไม่ให้ตกมากกว่านี้
ดอกเบี้ยปรับขึ้นสูงเลย
ดร.ทักษิณ - ผมไม่เห็นด้วยครับ
เพราะว่าวันนี้ดอกเบี้ยปรับขึ้นสูงเกินไปแล้วสูงไปกว่าอินเตอร์แบงก์
คือเงินกู้ระหว่างธนาคาร 20%
การที่เราไปขึ้นดอกเบี้ยสูงจริงๆ
แล้วต้องถามว่าเงินบาทมันไปตรงนี้ก็เพราะอะไร
ไม่ใช่เพราะดอกเบี้ยต่ำ
มันไปตรงนี้ก็เพราะเงินสำรองในประเทศมันไม่มี
เงินสำรองในประเทศไม่มีทำอย่างไร
ก็เหมือนกับบริษัทที่ขาดสภาพคล่อง
บริหารประเทศเหมือนบริหารธุรกิจนั่นเอง
เพราะวันนี้บริหารประเทศเหมือนธุรกิจ
วันนี้สภาพคล่องคือเงินสำรองเราไม่มี
เหลือนิดเดียวแล้ว
เขาก็คำนวณว่าหนี้ระยะสั้นของเรามีหนี้ต้นอยู่
11 , 12 พันล้านเหรียญ ปีหน้าอีก 21
พันล้านเหรียญ
เงินสำรองวันนี้หลังจากเคลียร์ฟอร์เวิดก็เหลือเพียง
3,000 ล้านเหรียญ และกำลังจะเบิกเงินของ IMF อีก 3,000 ล้านเหรียญ ภายใน 7
มกราฯก็เพิ่งมีอยู่ 6,000
ล้านเหรียญ แล้วมันจะไปเหลืออย่างไร เท่าไหร่
นี่คือสิ่งที่เขาประเมิน
สุทธิชัย -
นี่คุณธารินทร์พยายามจะบอกว่าเราต้องไม่ให้เงินบาททรุดโดยการปรับดอกเบี้ยขึ้น
คุณทักษิณกำลังมองว่าถ้าดอกเบี้ยมันขึ้นมาก
มันไปกระทบลมหายใจคนทำมาหากินด้วย
ดร.ทักษิณ -
ผมเป็นคนเรียนทางด้านอาชญากรรมมา
ผมจะเล่าให้ฟัง
มันเปรียบเสมือนว่าวันนี้เราเพิ่มโทษอาชญากรรมประเภทหนึ่ง
แต่ว่านักธุรกิจวันนี้ที่กู้เงินอยู่
ที่ทำธุรกิจในประเทศไทย เหมือนนักโทษที่ติดคุกแล้ว
พอออกกฎหมายย้อนหลังว่าจะเพิ่มโทษอาชญากรรมประเภทนี้
คนที่ติดคุกแล้วถูกเพิ่มโทษไปด้วย
แต่ว่าขณะเดียวกันคนที่ไม่ทำผิด
ถามว่ามันจะไม่ทำผิดไหม
ไม่มีส่วนช่วย
สรุปแล้วไม่ช่วยเงินบาทโดยวิธีนี้
แต่ขณะเดียวกันนั้นทำให้นักธุรกิจในประเทศไทยที่กำลังจะตาย
ตายแน่นอน ที่กำลังจะไปได้
เริ่มไปไม่ได้
เพราะว่าดอกเบี้ยสูงเกินไป
อย่างที่ผมพูดว่าสูงมาก สูงมากจริงๆ
สุทธิชัย -
แต่ว่าปล่อยให้เงินบาททรุดไปเรื่อยๆ
ถึง 50 บาท 60 บาท
ก็ยิ่งจะทำให้ธุรกิจเองก็ต้องทรุด
เพราะฉะนั้นต้องเลือกเอาความชั่วร้ายทั้ง
2 อย่าง
ดร.ทักษิณ -
วันนี้ธุรกิจเปรียบเสมือนเฟืองในประเทศ
วันนี้เฟืองในประเทศเริ่มตายหลายตัว
บางทีเฟืองมันเดินมันแพงหน่อย
สมมุติว่าวันนี้จำเป็นต้องนั่งรถจากที่นี่ไปบางนา
ผมก็เดินไปได้ แต่ถ้าผมเดินผมต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง
แต่ผมมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง
ผมต้องขับรถไป น้ำมันร้อยนึง ผมมีเงินอยู่ 150
ผมก็ต้องไปให้ได้ก่อน
และค่อยไปแก้ปัญหา
คือวันนี้เฟืองต้องเดิน
บางทีแพงหน่อยต้องเอาคือการประหยัดเป็นสิ่งจำเป็น
ไม่ใช่ประหยัดเป็นสิ่งเริ่มต้น
จุดเริ่มต้นคือต้องมองภาพรวมทั้งระบบ
สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของสังคมไทยวันนี้ก็คือ
การมองอะไรเป็นระบบไม่ค่อยดี
ผู้บริหารหลายระดับที่มีปัญหาก็คือ
ไม่รู้จักมองอะไรให้ครบวงจร
สุทธิชัย -
คุณทักษิณจะแนะนำคนไทยว่าอย่างไรเรื่องไม่ให้ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อปกป้องค่าเงินบาท
ดร.ทักษิณ -
คือดอกเบี้ยตอนนี้สูงแล้ว
ผมไม่ได้บอกว่าให้ลดลงไป
ถ้าขืนขึ้นอีกมันไม่ช่วยอะไรเรื่องเงินบาท แต่วันนี้ผมมองว่า . . .
สุทธิชัย -
ต้องดึงลงมาไหมดอกเบี้ย
ดร.ทักษิณ -
ดอกเบี้ยจัดให้ลงเฉยๆไม่ได้
ต้องทำเป็นระบบ
ถ้าประกาศสั่งให้ลดดอกเบี้ย
เหมือนที่คุณศุภชัยไปพูดที่ญี่ปุ่น
อันนั้นไม่ได้
คือต้องให้เป็นระบบ
วันนี้ถ้าเรามีเงินเข้าในระบบ
ดอกเบี้ยจะลง
วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพคล่อง
ต้องไปหาเงินทุกวิถีทางเข้า
วันนี้สิ่งที่จะให้กู้เราต้องยอมรับว่ายากขึ้น
เราถูกมูดี้ส์ดาวเกรดลงไป
เกือบจะเป็น non-investment แล้ว
เพราะฉะนั้นตรงนี้การไปกู้ ถ้าเอกชนทำได้ก็ต้องทำ
รัฐวิสาหกิจกู้ได้ก็ต้องกู้
แบงก์กรุงไทยกู้ได้ก็ต้องกู้
กู้เพื่อให้เงินเข้ามาในประเทศ
สุทธิชัย -
แต่ถ้าเงินหย่อนลงทุกวันๆ
ใครจะให้กู้
คุณธารินทร์อาจจะถามกลับมา
ดร.ทักษิณ - เราไม่ได้กู้เป็นบาท
เรากู้เป็นดอลล่าร์
เราต้องยอมรับว่าการไปกู้ดอลล่าร์ต้องแพง
ถ้ามารักษาฟอร์มมันไม่ได้
ถ้าเมื่อก่อนเราต้องรักษาฟอร์ม
ถ้าเครดิตดีเราต้องรักษาฟอร์ม
วันนี้ถ้าเครดิตไม่ได้ต้องเอาตัวรอด
วันนี้คือการกู้เงินระหว่างประเทศเขาเอาพันธบัตรของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แล้วบวกไม่เกิน 3.5%
ถ้าบวกไม่เกิน 3.5%
ถือว่ายังโอเคอยู่ ถ้าเกิน 3.5%
ถือว่าจังก์บอน วันนี้จังก์ก็ต้องจังก์
ก็คือบอนที่มีดอกเบี้ยสูงเกินกว่าเทคเทอรี่บวกกับอีก
3.5% ในวันนี้บางแห่งออกไปกู้ธนาคาร กู้จะขอแค่ 3.5%
บวกกับเทคเทอรี่
ไม่มีใครให้กู้วันนี้
ถ้าเกิดเป็น 5 เป็น 6
เขาอาจจะให้กู้
สุทธิชัย
-
ภาษาชาวบ้านบอกว่าจังก์บอนคือเป็นพันธบัตรที่ดอกเบี้ยสูงมาก
แปลว่าเครดิตเราไม่ดี
จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าชาวบ้านเขามาก
ทุกวันนี้เราต้องยอม
ดร.ทักษิณ -
ผมคิดว่าทุกวันนี้เราไม่มีสภาพคล่อง
ต้องทำไม่รู้นะ
ตอนผมทำธุรกิจนะครับ ตอนผมไม่มีเงินหมุน ร้อยละ 5
ผมก็ต้องเอาไว้ แล้วรีบใช้คืน
ดอกเบี้ยสูงรีบใช้คืนเร็วกว่าเพื่อน
ดอกเบี้ยต่ำเก็บไว้ก่อน
แต่พอผมหาเงินได้ผมต้องรีบ
สมมุติว่าผมไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน
ร้อยละ 5 ผมไม่ไปแลก รู้ไหมผมเอาอะไรกิน
ใครจะทำงานให้ผม พอผมแลกมาปั๊ป
ผมขายของได้เงินก้อนหนึ่ง
ผมรีบคืนร้อยละ 5 ก่อนเพื่อนเลย
ผมเก็บร้อยละ 3 ไว้
ต่อไปผมมีเงินอีกผมก็คืนร้อยละ 3
เก็บร้อยละ 2 ไว้มันต้องเป็นอย่างนั้น
สุทธิชัย
-
ผมมองว่าที่คุณธารินทร์ทำ
ระหว่างสภาพคล่องกับค่าเงินบาทที่ทรุดลง
สภาพคล่องต้องมาก่อน ค่าเงินบาทอาจจะมาทีหลัง
ดร.ทักษิณ -
คือเรายืมวันนี้ไม่ได้ใช้วันนี้
ถ้าเราทำสภาพคล่องได้
เศรษฐกิจไทยกลับมาที่เดิม
เราใช้อีก 30 กว่าบาทได้ วันนี้มัน 40
กว่าบาท
ยืมวันนี้ใช้วันนี้ที่ไหน โอ.เค.
ระหว่างนี้ 3 เดือนจ่ายดอกเบี้ยหน
มันอาจจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราแพงหน่อย
ก็ต้องยอมรับ
วันนี้เราไม่มีสภาพคล่อง
สุทธิชัย
-
คนอื่นที่มาเจอภาวะอย่างนี้อาจจะยังไม่มีประสบการณ์อย่างคุณทักษิณ
ไม่เคยเจอการลดค่าเงินบาทมาก่อน
และก็อยู่ในช่วงที่โชติช่วงชัชวาลมาตลอด
และมาเจออย่างนี้
เขาจะทำอย่างไร
ดร.ทักษิณ -
ผมรู้ว่าในประเทศกู้กันเองในระดับพ่อค้าระดับเล็กร้อยละ
10 มันหนักมาก เดือนละร้อยละ 4 ก็คือ 48% มันหนักมาก
สุทธิชัย -
เขาไม่มีทางเลือกอย่างคุณทักษิณหรือเปล่า
ดร.ทักษิณ
- ตอนนั้นผมทำแล้ว
ผมไม่มีทางเลือกผมต้องทำ
แต่สำคัญที่สุดผมอยากจะฝากทุกคนที่มีภาวะวิกฤตวันนี้นะครับ 1.
ไม่ใช่เราคนเดียวแน่นอน
ต้องยอมทำใจ อันที่ 2. ก็คือว่า
สำคัญที่สุดคือครอบครัว ถ้าครอบครัวมีปัญหา
ไม่มีแรงที่จะออกไปสู้แน่นอน
เพราะฉะนั้นครอบครัวนี่สำคัญ
คือภรรยาก็ต้องอดทน
สามีก็ต้องอดทน
สามีมีความเครียดในฐานะเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ต้องอดทน
กลับมาบ้านเข้ามาบ้านยิ่งมีลูกเป็นวัยรุ่นก็ยิ่งอดทนใหญ่
เราต้องเข้าใจวัยรุ่น
เขาก็คิดแบบวัยรุ่น แต่ต้องเข้าใจกัน และเด็กๆ
ทั้งหลายต้องอดทน
ต้องเห็นว่าวันนี้พ่อแม่ก็ลำบากประหยัดกินประหยัดใช้ การเที่ยวเตร่
ใช้เงินทองมากมายก็ต้องระวังครอบครัวต้องอบอุ่น
ต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน ต้องเข้าใจกัน ต้องอดทน
ถึงเวลานอนต้องนอนให้หลับ
คิดระหว่างนอนไม่เกิดประโยชน์อะไร ตื่นมาแล้วต้องรีบคิด
ดูทีวีอ่านหนังสือไป ทำให้สบาย
เพื่อให้มีสติ
คิดไปยิ่งคิดยิ่งโง่ พอคิดมากเกินไปสมองมันตื้อ
เพราะฉะนั้นช่วงพักต้องพัก
พักเสร็จเรียบร้อยต้องคิดให้เต็มที่
สุทธิชัย -
คนที่เขาขาดสภาพคล่องจริงๆ
ที่เครียดก็เพราะอย่างนี้
ไม่มีเงินพอที่จะหมุนเพียงพอ
ลองมองอนาคตก็ยังไม่เห็นความหวัง
ในระดับธุรกิจกลางๆที่เขาเจออย่างนี้เขาจะทำอย่างไร
ดร.ทักษิณ -
ก็คงต้องยอมรับว่าวันนี้ต้องอย่ารังเกียจงาน
ทุกอย่างต้องทำ
ผมเองก็เคยเป็นคนทอดไก่เคนตั๊กกี้
ไปเรียนหนังสือไม่มีตังค์มา
ผมก็ต้องทำ
หนังสือพิมพ์ผมก็ส่งมาแล้ว
สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่เราต้องอดทน
วันนี้อย่าไปรังเกียจ
และสังคมไทยต้องเปลี่ยนทัศนคติว่าอย่าไปรังเกียจคนที่มีฐานะด้อยกว่าตัวเอง
อย่าไปรังเกียจ
ผมว่ารังเกียจความเลวของคนดีกว่า
บางคนมีตังค์แล้วเลว
น่ารังเกียจกว่าคนที่ไม่มีตังค์และดี
อันนี้ผมคิดว่าให้มองความชั่วความดีของคนและก็ทุกคนต้องอดทน
อย่าไปคิดว่างานบางอย่างต้อยต่ำหรืออะไร
ต้องทำ วันนี้ต้องอดทน
ทุกอย่างต้องกลับไปที่พื้นฐานหมด
พื้นฐานก็คือว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะให้มีรายได้มากกว่ารายจ่าย
ทั้งนั้นแหละครับ ต้องให้รายได้มากกว่ารายจ่าย
แต่วันที่ไม่มีทางเลือก
สภาพคล่องจำเป็นกว่า
เมื่อสภาพคล่องมันจำเป็นกว่านะครับถ้าหมุนได้ครบวงจรแล้วกลับมาลดรายจ่าย
เพื่อลดเท่าที่ยังมี
คือยังหมุนได้ แต่ลดจนหมุนไม่ได้นี้จะเสียหาย
สุทธิชัย -
ปีหน้ามองอย่างไรครับ
ปีหน้าเผาจริง ปีนี้เผาหลอก
ดร.ทักษิณ -
ปีหน้าเป็นผลพวงของปีนี้
เพราะฉะนั้นปีหน้าจะหนักนะครับ
แต่ว่าทุกวิกฤตการณ์ต้องมีโอกาส
ผมไม่อยากให้ทุกคนหมดความหวัง
ทุกวิกฤตการณ์ต้องมีโอกาส
ต้องนั่งมองหาช่องทางที่จะรอดได้
ตราบใดที่ลมหายใจยังไม่สิ้น
เรามีความดีและความตั้งใจ
มันไม่มีอะไรที่หมดความหวัง
ผมลำบากมาเยอะชีวิตกว่าจะมาวันนี้ผมลำบากมาเยอะ
สุทธิชัย -
แล้วที่มองกันว่าเมืองไทยและธุรกิจต่างๆจะเป็นของต่างด้าวกันหมด
เพราะว่ามาซื้อของถูกๆ
ดร.ทักษิณ
-
ตรงนี้เป็นจุดอ่อนมากอันหนึ่ง
เพราะว่าเนื่องจากว่าเราได้ขยายการเติบโตเพื่อมุ่งมากเกินไป เหมือนเกาหลีนะครับ
เกาหลีส่งออกสูงมาก
แต่ไม่มีกำไร เมื่อไม่มีกำไร
เมื่อมีอะไรมากระทบนิดเดียวมันก็ไป
สร้างหนี้แล้วไม่เกิดกำไรก็ไปเลย
และกำไรก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ
บางทีนักการเมืองเห็นกำไรและรังเกียจ
กำไรคือความเติบโตของเศรษฐกิจ
ถ้าเศรษฐกิจโตมาไม่มีกำไร
เศรษฐกิจนั้นล่มสลายได้ทุกเวลานะครับ
สุทธิชัย -
ธุรกิจส่วนใหญ่ที่สำคัญๆ
แบงก์ก็ดี ไฟแนนซ์ก็ดี
อุตสาหกรรมใหญ่ๆ ก็ดี
กลายเป็นของต่างด้าวไป น่ากลัวไหมครับ
ดร.ทักษิณ - อันนี้น่ากลัวแน่
วันนี้รัฐบาลต้องคิดอย่างมีกลยุทธ์
เอาภาพรวมทั้งหมดมาดูว่ามีสิ่งไหนต้องทำ คืออย่าดูเป็นชิ้น
ถ้าดูเป็นชิ้นไม่ทันแก้ไข
ดูกลยุทธ์ของระบบสถาบันการเงินของประเทศไทย วันนี้ถ้าเราต้องเพิ่มทุน
เราต้องใช้เงินเท่านี้
ถ้าเงินไม่มี เอาต่างชาติเข้ามา
ถ้าต่างชาติเข้ามาหมดแล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร
คือวันนี้ถ้าหากทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารงานคิดแต่ว่าจะให้มี
Popularity
คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนยอมรับ
โดยคิดแค่สั้นๆเท่านี้มันไป
แต่ต้องคิดยาวว่าวันนี้เราเป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศนี้
วันนี้เราทำหน้าที่
พรุ่งนี้เราไม่ได้ทำ
แต่เรายังเป็นคนไทย
ถ้าคิดตรงนี้มองยาวออกไปเราจะแก้ปัญหาในระยะยาวได้
แล้วจะทำให้ประเทศอยู่ได้
เราลาออกจากความเป็นคนไทยไม่ได้
เรายังเป็นคนไทยอยู่ที่นี่
เราอยู่ตลอดชีวิต
ยังต้องทำหน้าที่คนไทยของเรา
เราต้องทำให้ดีที่สุดเพราะถ้ามามองทีละ
Sector เช่น Sector
ของไฟแนนซ์กับแบงก์จะเอายังไง
วันนี้เราวินาศสันตะโรไปขนาดนี้แล้ว
เราจะเอายังไง
วันนี้ถ้าจะต้องเพิ่มทุนใหม่จะต้องทำยังไง
แค่ไหน
กลยุทธ์จะให้ต่างประเทศมาถือไม่ถือยังไง
ตรงนี้ต้องเข้าไปช่วยคิด
เพราะเอกชนเขาก็จะคิดของตัวเขาเองคนเดียว
แต่ภาพรวมใครมองให้เขาล่ะ
ต้องรัฐบาลมอง
และมองอย่างมีกลยุทธ์ และอย่างกรณีที่เราจะไปยืมตังค์ใคร
ไปต่อหนี้ใคร
ไม่ใช่ว่านายกฯบอกว่าไม่ต่อหนี้เลย
ไม่ใช่ เอกชนก็จะต้องไปดูเอาเอง
เพียงแต่ต้องดูว่าทำอย่างไรถึงจะแมทช์กันได้
ช่วยกัน
แบ็งก์นี้ใหญ่โตเหลือเกิน ไม่ยอมคุยกับบริษัทนี้
ทำอย่างไรให้คุยกันได้
อย่างนี้เป็นกลยุทธ์
คือวันนี้ใครจะไปคิดแบบเอาภาพ
เอาหน้า เอาไม่อยู่หรอกครับ
ต้องคิดแบบเป็นกลยุทธ์หมด
มองเป็นจุดๆเลย
ตรงจุดนี้กลยุทธ์จะเกิดอย่างไร ควรเป็นอย่างไร
กลยุทธ์ต้องไม่เปิดเผย
แต่ว่าการมีข้อมูลต้องเปิดเผย
เพราะไม่อย่างนั้นเขาสงสัย
พอสงสัยเขาตีความเป็นลบ
เพราะฉะนั้นข้อมูลต้องโปร่งใส
แต่กลยุทธ์ต้องปิดไว้ก่อน
ต้องเดินไป
สุทธิชัย -
ถ้าคุณทักษิณเป็นนายกฯวันนี้จะทำอย่างคุณชวนมั๊ย
ดร.ทักษิณ -
ผมขออนุญาตไม่วิจารณ์
เพราะวันนี้ผมยังไม่มีสถานภาพที่จะวิจารณ์อะไร
สุทธิชัย -
ถ้าในสถานะเป็นประชาชน
ดร.ทักษิณ - ถ้าเป็นประชาชน
วันนี้ถ้าเขาคิดว่าผมจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง
จะเรียกผมไปถามว่า ตรงนี้คิดยังไง
ตรงนี้ผมจะช่วยพูด
สุทธิชัย -
หมายความว่าพร้อมจะเป็นที่ปรึกษารัฐบาลด้วย
ดร.ทักษิณ - พร้อมในฐานะคนไทย
คืออะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองโดยรวมแล้วผมไม่เคยเลือกฝ่าย
สุทธิชัย -
เอาเป็นว่าคุณชวนเชิญไปทานข้าวพร้อมกับปรึกษา
จะบอกอะไรคุณชวน
ดร.ทักษิณ - ผมยินดีเลย
ก็คงต้องบอกวิธีคิด
คือต้องมีวิธีคิดแบบธุรกิจ
เพราะตอนนี้กลายเป็นบริษัทประเทศไทยแล้ว
เรามีบริษัทย่อยๆในเครือ เช่น
แบ็งก์ก็เป็นบริษัทหนึ่ง
อุตสาหกรรมก็เป็นบริษัทหนึ่ง
ก็ต้องมาคิดกันว่าอันไหนเราอยู่ได้แค่ไหน
จะให้ต่างชาติเข้ามาแค่ไหน
เข้าแล้วข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ไม่ใช่ว่าเอาเพียงรอดวันนี้
แล้ววันหน้าตายตลอดชีวิต
ก็ต้องมาดูกัน
สุทธิชัย -
คือตอนที่แล้วคุณทักษิณมองภาพบวกว่า
คงใช้เวลาไม่นานในการฟื้นเศรษฐกิจไทย
วันนี้คิดว่าช่วงเวลาที่ฟื้นยืดขึ้น
ยาวขึ้นมั๊ย
ดร.ทักษิณ -
ตอนนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือของการบริหารประเทศ
วันนี้ประเทศบริหารยากกว่า
ยากขึ้นมากเลย
วันนี้ต้องใช้ฝีมืออย่างรุนแรง
ฝีมือไม่ถึงยากในการที่จะฟื้น
ฟื้นเองไม่ได้มันเป็นขาลง
สุทธิชัย
-
ฝีมือรัฐบาลนี้ไม่ถึงใช่มั๊ยครับ
ดร.ทักษิณ - ผมไม่ขอวิจารณ์ครับ
ฝีมือเป็นเรื่องใหญ่
ในการบริหารประเทศวันนี้ไม่ง่าย
อย่าไปคิดว่าทั้งชีวิตไม่เคยทำอะไรก็บริหารประเทศได้
มันไม่ใช่แล้ว มันหมดแล้ว
สุทธิชัย - ขอบพระคุณมากครับ |