ดร.ทักษิณ
ชินวัตร เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม
2492 เป็นบุตรคนที่ 2 ของ คุณเลิศ-ยินดี
ชินวัตร
ต้นตระกูล
"ชินวัตร" คือ "คูซุ่นเส็ง"
หรือ "ชุ่นเส็ง แซ่คู"
พ่อค้าและอดีตนายอากรที่อพยพจากจันทบุรีมาตั้งรกรากเริ่มต้นธุรกิจหลายๆ
ประเภทในเมืองเชียงใหม่
ลูกหลานของ
"คูซุ่นเส็ง"
ในรุ่นต่อๆมาแตกแขนงการทำธุรกิจออกไป
บางส่วนขยับขยายมาทำการค้าใน
อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ "เลิศ
ชินวัตร"
ก็เป็นสายหนึ่งของตระกูลที่มาปักหลักที่สันกำแพง
"ผมเกิดที่
อ.สันกำแพง เชียงใหม่
ตอนผมเกิดบ้านผมยังอยู่ที่หน้าตลาดสันกำแพง
เป็นเรือนไม้ห้องแถวสองชั้น . . .
เรียนที่สันกำแพงอยู่จนถึงอายุประมาณ
15 ปี ถึงย้ายเข้ามาอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่"ดร.ทักษิณเล่าถึงชีวิตในวัยเด็ก
ในวัยที่ต้องศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจังนี่เอง
เขาพบว่าตัวเองเป็นคนชอบคิด
คิดเร็ว เรียนเร็ว ใฝ่รู้เรื่องต่างๆ
คนหนึ่งเหมือนกัน
"ตอนเด็กจำได้ว่าไปเรียนกับครูผู้หญิงแก่ๆชื่อ
ควาย ครูควายเลยละ.......
ผมชอบเรื่องเลขแกก็สอนผมเพลินเลยนะ
สอนวิธีหารยาวจนก่อนเข้าป. 1
ผมก็หารยาวเป็นแล้วนะ"
เมื่อย้ายจากโรงเรียนในสันกำแพงมาเรียนต่อชั้นประถม
3 ที่มงฟอร์ตเชียงใหม่ แม้จะเสียเปรียบเนื่องจากไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษมาก่อน
(ที่โรงเรียนมงฟอร์ตจะสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นประถม 1) แต่
ด.ช.ทักษิณก็ทำข้อสอบได้ถึง 75%
ความเป็นคน
"ชอบเรียน" และ "เรียนเก่ง"
กลายเป็นข้อเด่น ของ ดร.ทักษิณ
ที่ญาติพี่น้องรวมถึงคนใกล้ชิดต่างยอมรับ
และไม่แปลกใจเลยเมื่อในเวลาต่อมาเขาสามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารสำเร็จในปี พ.ศ.
2510
และจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 26 ในปีพ.ศ. 2516
โดยสอบได้คะแนนเป็นที่ 1 ของรุ่น
อย่างไรก็ตามดร.ทักษิณก็มิใช่
"เด็กเรียน"
ที่จมอยู่กับกองตำราอย่างเดียว
อีกด้านหนึ่งของชีวิตวัยเยาว์ในฐานะ
"ลูกพ่อค้า"
ทำให้ดร.ทักษิณผ่านประสบการณ์การทำงาน
ค้าขาย เรียนรู้
การทำธุรกิจจากการติดตามผู้เป็นบิดาไปเกือบทุกที่ทุกแห่ง
หลังเวลาเรียน
เขากลายเป็นเด็กเดินขายหวานเย็น
ช่วยขายมอเตอร์ไซด์-ขายอะไหล่หน้าร้าน ออกไปติดตามทวงหนี้
ช่วยงานบัญชีที่ธนาคารเป็นพนักงานโรงหนัง
แม้กระทั่งงานปล่อยรถ-ขับรถเมล์ก็เคยทำมาแล้ว
ประสบการณ์หลากหลายของ
ดร.ทักษิณในวัยเยาว์นั้น
ส่วนหนึ่งเนื่องเพราะ
"คุณพ่อเลิศ"
เป็นคนที่สนใจทำธุรกิจหลายประเภท
ตั้งแต่ลงทุนทำสวนส้ม
ช่วงหนึ่งไปเป็นกัมปะโด(หัวหน้าแผนกสินเชื่อ)
ชีวิตการศึกษาวัยหนุ่มของ
ดร.ทักษิณผ่านไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วหลังจากสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร
เขาเลือกเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสวนสามพรานจนสำเร็จการศึกษาในปี 2516 และสอบได้คะแนนเป็นอันดับ 1
ของรุ่น
ปีเดียวกันนั้นเองที่เขาเริ่ม
ชีวิตข้าราชการตำรวจเป็น
ครั้งแรก แต่ทำงานได้เพียงระยะหนึ่งในปี พ.ศ. 2517
ก็ได้ทุนจากรัฐบาลไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาจนจบปริญญาโท
สาขา
Criminal Justice จาก Eastern Kentucy University
ในปี พ.ศ. 2518
หลังจากนั้นยังกลับไปเรียนที่สหรัฐอีกครั้งหนึ่งในสาขาเดิมจนกระทั่งจบปริญญาเอกจากSAM Houston State University ในปี พ.ศ. 2521
ในช่วงเวลาใกล้ๆกันนั้นเอง
ชีวิตวัยหนุ่มของดร.ทักษิณได้พบพานกับสิ่งสำคัญ 2
ประการ
ประการแรก ในปี พ.ศ.2517
ดร.ทักษิณได้เข้าพิธีวิวาห์กับคุณพจมาน ดามาพงศ์
ภริยาคู่ชีวิตที่ได้ร่วมฝ่าฟันธุรกิจ
จนประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบัน
ประการที่สอง
เขามีโอกาสเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในระหว่างเรียนปริญญาเอก
ซึ่งเขานำความรู้ในเรื่องดังกล่าวกลับมาใช้กับหน่วยงานในกรมตำรวจและกับธุรกิจของเขาเองในช่วงเวลา ต่อมา
เขาผ่านงานหลายลักษณะในกรมตำรวจ อาทิ เป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นสารวัตรปราบปรามประจำสน.พระราชวังเป็นนายตำรวจติดตามรัฐมนตรี (นายปรีดา
พัฒนถาบุตร) เป็นรองผู้กำกับศูนย์ประมวลข่าวสาร ฯลฯ
และที่ศูนย์ประมวลข่าวสารนี่เอง
ดร.ทักษิณใช้เวลาอยู่ในหน่วยงานนี้นานมากกว่าหน่วยอื่นๆเขานำเอาความรู้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาพัฒนาระบบฐานข้อมูของกรมตำรวจให้ก้าวหน้าทันสมัยมากขึ้น
จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นรากฐาสำคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในกรมตำรวจยุคต่อๆมาไม่ว่าจะเป็นระบบฐานข้อมูลสถิติอาชญากรรม
ทะเบียนรถยนต์ ประวัติอาชญากร
ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้สนับสนุนงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเป็นครั้งแรกๆ
เส้นทางชีวิตราชการตำรวจของดร.ทักษิณ
ดำเนินไปพร้อมกับความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่
ทว่าขณะเดียวกับความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเริ่มดึงดูดความสนใจเขาได้มากขึ้นๆ
กระทั่งในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลาออกจากราชการ
ขณะครองยศพันตำรวจตรีในตำแหน่งรองผู้กำกับการนโยบายและแผนงาน
กองบังคับการอำนวยการ
กองบัญชาการตำรวจนครบาล
เหตุผลสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเส้นทาชีวิตตัวเองในคราวนั้น
ดร.ทักษิณอธิบายว่าส่วนหนึ่งเป็นพราะอึดอัดกับระบบ
ขั้นตอนหลายลำดับขั้นของราชการ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาต้องการเข้ามาทำงานธุรกิจเต็มตัวหลังจากเริ่มต้นมาแล้วระยะหนึ่งโดยมี
คุณพจมาน ชินวัตร
ภรรยาดูแลรับผิดชอบอยู่
"ผมไม่ถึงกับเบื่อ
แต่ระบบตำรวจมันเหมือนระบบราชการทั่วไป
คือเสียเวลากับเรื่องที่ไม่โพรดักทีฟมากเกินไป
ประชุมในเรื่องไร้สาระ ผมเป็นคนใจร้อน
ต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วต้องเทคแอคชั่นทันทีผมอึดอัด . . .
พอดีที่ธุรกิจมันโตขึ้นมาด้วยเลยต้องลาออกมา"
วิธีคิดแบบนักธุรกิจที่เขาซึมซับจากบิดาในวัยเด็กเริ่มถูกนำออกมาใช้อย่างจริงจัง
เป็นวิธีคิดแบบกล้าได้กล้าเสีย
กล้าตัดสินใจทันที
พร้อมที่จะเผชิญการเปลี่ยนแปลง
"ตอนที่ผมลาออกจากตำรวจผมใช้เวลาตัดสินใจเพียงวันเดียว"
พ.ศ. 2530 ในวัย 33 ปี ดร.ทักษิณก้าวเดินสู่ถนนธุรกิจ ด้วยความพร้อม
ความเชื่อมั่นในความรู้ประสบการณ์
และวิสัยทัศน์
วิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จ
จากธุรกิจ-ประเทศไทย
จากจุดเริ่มต้นทางธุรกิจที่ดร.ทักษิณและคุณพจมานร่วมกันก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดไอซีเอสไอ.
เมื่อปี 2525
ต่อมาขยับขยายเป็นบริษัท
ชินวัตรคอมพิวเตอร์ ดร.ทักษิณ
ใช้พื้นฐานความรู้ทาง
ด้านคอมพิวเตอร์
ประกอบกับความเข้าใจขั้นตอนในระบบราชการ
ดำเนินธุรกิจขาย-บริการให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แก่หน่วยงานรัฐ
จนประสบความสำเร็จมาเป็นลำดับ
เมื่อมีความรู้ความชำนาญในธุรกิจคอมพิวเตอร์ระดับหนึ่ง
ดร.ทักษิณก็ขยายธุรกิจต่อไปอีกโดยเฉพาะธุรกิจใหม่ๆ
ที่ยังไม่มีผู้สนใจดำเนินการมาก่อน
อาทิวางระบบ-ขายอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบไร้สาย
(S.O.S), ธุรกิจวิทยุบนรถประจำทาง
(บัสซาวด์),
ธุรกิจวิทยุติดตามตัว(เพจเจอร์),
ธุรกิจวางระบบให้บริการ-จำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่,
ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก
(เคเบิลทีวี), ธุรกิจดาวเทียม ฯลฯ