clipper.gif (9069 bytes)

na_article_01.gif (2488 bytes)

na_article_05.gif (2337 bytes)
Economy_change.jpg (18298 bytes)


 
เรื่อง จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยในปี 2000
 
งาน
Dinner Talk พรรคไทยรักไทย

 
วันที่ 4 ตุลาคม 2541 เวลา 20.30 น

dot.gif (41 bytes)

            ท่านผู้มีเกียรติครับ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนพรรครวมทั้งขอบคุณวิทยากร แขกผู้มีเกียรติและผู้จัดงานในครั้งนี้    ท่านผู้มีเกียรติผมเพิ่งเดินทางกลับจากการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเศรษฐศาสตร์และนักบริหารนโยบายในสหรัฐอเมริกา       เพื่อประเมินสถานการณ์จากภายนอกว่าผู้รู้และผู้กุมนโยบายสำคัญของโลกคิดอย่างไรกับประเทศของเราและอาเซียน     ไม่เช่นนั้นการดำเนินนโยบายของเราจะเป็นไปในลักษณะวนอยู่แต่ปัญหาของตัวเองซึ่งอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงของโลก ผมได้ฟังคนอื่นพูด และพูดให้เขาฟังเรื่องสถานการณ์โลกคนที่มาคุยกันก็มี

ballrain.gif (838 bytes)    นาย John Major อดีตนายกรัฐมนตรี อังกฤษ

ballrain.gif (838 bytes)    นาย JamesBaker อดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ballrain.gif (838 bytes)    และ นาย William Cohen  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  สหรัฐอเมริกา

ballrain.gif (838 bytes)    นาย Craig Thomas วุฒิสมาชิกพรรค  Republicans  จากมลรัฐไวโอมิ่ง  ในฐานะประธานอนุกรรมการวิเทศสัมพันธ์ วุฒิสภาสหรัฐฯ

ballrain.gif (838 bytes)    นาย William V. Roth วุฒิสมาชิก  พรรค Republicans จากมลรัฐ  เดลเลอร์แวร์ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคลัง

ballrain.gif (838 bytes)    นาย Bob Dole อดีตวุฒิสมาชิก  สหรัฐอเมริกา พรรค Democrat

ballrain.gif (838 bytes)    นาย Robert Rubin อดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา

ballrain.gif (838 bytes)    นาย Lesly Gelb ประธาน Council   on Foreign Relation

ballrain.gif (838 bytes)    นาย David Mclaughlin ประธานสถานีโทรทัศน์ CBS

ballrain.gif (838 bytes)    นาย Willam Kennard ประธาน  คณะกรรมการกำกับการสื่อสารแห่ง  สหรัฐ-อเมริกา หรือ Federal Communication Commission

             การสนทนาของผมกับแต่ละท่านนั้นพอจะสรุปได้ว่า  ทุกคนกำลังเป็นห่วงปัญหาของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในเอเชีย หลายคนเป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศจีน   ติมอร์ตะวันออก    ที่สำคัญที่สุดคือเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ในประเด็นว่าจะสามารถรักษาให้เศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวนี้ ให้มีความต่อเนื่อง และยั่งยืนได้อย่างไร   ถ้าไม่สามารถทำได้เศรษฐกิจอเมริกาและเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไรซึ่งท่านผู้รู้ทั้งหลายสรุปว่า     เศรษฐกิจของโลกโดยเฉพาะในเอเชียนั้นเปราะบางมากเราต้องเตรียมตัว และสร้างกลไกลที่จัดการกับความเปราะบางนี้ให้พร้อมพรรคไทยรักไทย ได้นำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนาเป็นกรอบที่ช่วยให้เรารู้เท่าทันโลกมากขึ้น และสร้างขึ้นมาเป็นกรอบนโยบายของพรรค  ซึ่งผมจะขอพูดให้ฟังอย่างสั้น ๆ  และรวดเร็วในวันนี้ โดยจะขอเริ่มจากด้านต่างประเทศก่อน

              ปัจจุบันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของโลก มีความซับซ้อนมากมีเงื่อนไขแห่งความวุ่นวายและวิกฤต
หลายอย่าง ในขณะเดียวกันประชากรโลก มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการบริโภคครั้งสำคัญ ซึ่งผมจะขยายความต่อไปนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการสื่อสาร และ นำการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือประมวลข้อมูลและการค้าในทุกส่วนทั้งการค้าในประเทศและระหว่างประเทศความเปลี่ยนแปลง และความซับซ้อนเหล่านี้อะไรเป็นโอกาส และปัญหาต่อวัฒนธรรมการบริหารธุรกิจแบบเก่าทั่วโลก   ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการรู้จักใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในเบื้องต้นผมเสนอว่า เราจะพูดถึงสถานะประเทศไทยหลังปี 2000 ไม่ได้ หากเราจะไม่ใช้เวลาบางส่วนในการวิเคราะห์สถานการณ์โลก โดยสังเขป :-

            ผมขอเริ่มที่  นาย Francis  Fukuyama  ซึ่งเป็นนักคิดสำคัญของโลก  ผู้ได้ประกาศความคิดของเขาผ่านทาง
บทความบทหนึ่งเมื่อปี ค.ศ.1989 ชื่อว่า "ประวัติศาสตร์ถึงจุดจบแล้ว" หรือ "The end of History" สรุปว่าในการต่อสู้ทางอุดมการณ์นั้นระบบความคิดทุนนิยมมีชัยชนะอย่างเด็ดขาดต่อระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ข้อสรุปของนาย Fukuyama ได้ตอกย้ำความคิดที่เคยแพร่หลายในโลกตะวันตกที่ว่า ความพ่ายแพ้ของระบบคอมมิวนิสต์จะทำให้ระบบตลาดเสรีและแนวความคิดหลักทางระบบการเงินและกฎหมายของระบบทุนนิยม  เข้ามาแทนที่ระบบความคิดเก่าของสังคมคอมมิวนิสต์ซึ่งความคิดที่ว่าระบบทุนนิยมเสรีหรือที่บางท่านใช้คำหลวม ๆ  ว่าโลกาภิวัฒน์จะเข้าครอบงำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก  รวมทั้งประเทศด้อยพัฒนาอย่างราบเรียบเฉียบพลันโดยได้อ้างปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเอเชียที่ตกอยู่ในสภาวะ Globality  ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ Free  Flow  of   Trade, ข้อมูล (Information)   ที่ไหลผ่านเข้ามาทาง E-Mail และ กองทุนต่างประเทศไหลเข้ามา ในระยะทศวรรษ 80 จนถึงครึ่ง  

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เราพบว่า

            โลกาภิวัฒน์ ไม่ใช่คำตอบที่สังคมในโลกจะยอมรับได้อย่างเท่าเทียมกันทุกสังคมโลกาภิวัฒน์ไม่สามารถเข้าไป
ทดแทนลัทธิคอมมิวนิสต์ในสังคมคอมมิวนิสต์เก่าได้ แต่ผลกลับปรากฏว่าวัฒนธรรมของความคิดเดิม ความรู้สึกเดิม และประวัติศาสตร์เดิมกลับกลายมาเป็นกระบวนการที่ครอบคลุมสังคมแทนที่คอมมิวนิสต์โลกาภิวัฒน์  จึงแพ้สงครามไปชั่วคราวในสหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันออก แล้วท่านคิดว่า  อะไรจะเกิดขึ้นกับจีน ตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าระบบการค้าเสรี หรือโลกาภิวัฒน์จะเข้าแทนที่ระบบคอมมิวนิสต์ในจีนได้หรือไม่ เป็นคำถามที่รัฐบาลจีนจะต้องหาคำตอบแห่งความสมดุลย์ที่เหมาะสมตามกาลเวลาให้แก่ตนเอง โดยไม่กระโดดตามเกมของตะวันตกโดยลืมตนเองเราและประเทศในเอเชียไม่เคยคิดว่าโลกาภิวัฒน์จะสร้างปัญหาให้กับเอเชียแต่จากวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียปีสองปีที่ผ่านมานี้  เราเริ่มมองเห็นว่าบางด้านบางมิติของโลกาภิวัฒน์ เป็นมิติที่รวดเร็วและรุนแรงเกินไป  สำหรับสังคมซึ่งไม่มีรากฐานที่มั่นคงทางเศรษฐกิจและปัญญาและปราศจากความคิดและการสร้างสรรค์ หรือ Innovation มิติหนึ่งที่สำคัญของโลกาภิวัฒน์ก็คือ การเคลื่อนย้ายทุนอย่างรวดเร็วบนพื้นฐานที่ทุกสังคมยอมรับเงื่อนไขของการเปิดตลาดทุน  และตลาดเงิน โดยไม่มีข้อจำกัด และปราศจาก  มาตรการรองรับ ตลอดจนกระบวนการติดตาม   (Regulation & Monitoring System) ที่เหมาะสม  ปัจจุบันการไหลเข้าออกอย่างรวดเร็วของทุนต่างประเทศ ได้สร้างปัญหาให้เราพร้อมๆกับประเทศในยุโรป คือสหภาพโซเวียต และบางประเทศในยุโรปตะวันออก และเป็นเรื่องที่แปลกแต่จริง แม้แต่ในสังคมสหรัฐอเมริกาเอง เทคนิคของการหาเงินจากกระบวนการเคลื่อนย้ายทุนอย่างรวดเร็ว ก็ได้ก่อให้เกิดปัญหา MoralHazard ขึ้น คือ การที่ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางประจำมลรัฐต่าง ๆ  รวมทั้งธนาคารอื่นในนิวยอร์คต้องเข้าไปหิ้วบัญชีของบริษัท Hedge Fundแห่งหนึ่งคือ LTCM ใน Connecticut ไม่ให้ล้มละลายเข้าใจว่าเสียหายไปประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ  กระบวนการนี้เกิด Moral Hazard อย่างชัดเจน   ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาต้องเข้าแทรกแซงตลาดทุนหากว่าอากัปกิริยาของตลาดทุน ส่อให้เห็นว่าจะเกิดวิกฤตให้กับผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้ง ๆ ที่สหรัฐอเมริกาเองเป็นคนเสนอว่าการเข้าไปแทรกแซง เพื่อช่วยหิ้วบัญชีของคนที่เป็นต้นเหตุของความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งไม่ควรทำ ท่านผู้รู้ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์มหภาคของโลกบอกว่าการแก้วิกฤต จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือในทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วย และมีการถกเถียงกันว่า  จะมีการแก้ไขในทันทีทันใดตามวิธีการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือจะใช้เครื่องมืออย่างค่อยเป็นค่อยไปจัดการกับการไหลเวียนของทุนดีแต่ก็ยังมีความคิดอีกความคิดหนึ่งที่ว่า ปัญหาเศรษฐกิจในโลกนี้ไม่ได้มีเหตุมาจากเฉพาะเรื่องการไหลเวียนของเงินอย่างเดียว แต่เกิดจาก