|
Pulse Energy
ถ้าใครได้อ่านหนังสือ USA
Today ล่าสุดรายงานว่ามีการค้นพบ digital
pulse technology จะเห็นว่าเลิกได้แล้วครับ สำหรับเรื่อง
frequency allocation
ที่กำลังเขียนกฎหมายเพื่อแย่งคลื่นกัน
ทะเลาะกันไม่รู้จบอยู่ทุกวันนี้ คนอื่นเขากำลังจะใช้ pulse
energy คือ อาศัยไปกับ radio energy
เพราะฉะนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องการจัดสรรความถี่อีกต่อไป
แล้วถ้าตรงนี้สำเร็จ
ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและขอจดสิทธิบัตร
อันนี้เป็น invention ใหม่
เป็น another breakthrough |
|
ทุกอย่างเล็กลง
แต่จะเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว
ต่อไปข้างหน้าระบบเรดาร์ ระบบ GPS
สามารถมี accuracy
ลงไปถึงขนาดที่รถแทรกเตอร์จะสามารถไปไถนาได้เอง โดยไม่ต้องมีคนคุม
เรดาร์ที่ติดที่บ้านจะสามารถแยกออกระหว่างแมวกับคนได้
ทำให้ไม่ alarm ตลอดเวลา มัน detect ได้ละเอียดขนาดนั้น
ทำให้ทุกอย่างเล็กลง
อย่าง cellular phone จะเล็กลงมาก
cell ของ base station จะสามารถรองรับ subscriber
ในบริเวณเดียวกันได้ถึง 2,000-20,000
คน
ระบบนี้จะเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว Bill Gates
เขาบอกว่าเทคโนโลยีของ Microsoft
จะเปลี่ยนทุก 18 เดือน
แต่การเปลี่ยนแบบ pulse energy
มันเป็นการเปลี่ยนอีกเรื่องหนึ่งเลยนะครับ |
|
ยุค 2000
เป็นยุคของอัตราเร่ง
ทีนี้มาดูเรื่องของ
organization ภายใต้ digital economy ในยุค 80 organization
เรามุ่งเรื่อง quality พอในยุค 90
เรามุ่งที่ process เป็นเรื่อง reengineering
พอยุค 2000 จะเป็นยุคของ velocity
หรือความเร็ว
จะกลายเป็นหัวใจสำคัญมาก
อย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่
จากที่ Bill Gates เขียนเรื่อง
Business @ the Speed of Thought นั่นคือต้องมี nervous system
ที่ดี ต้องมี information feed
อย่างสม่ำเสมอและดี มันถึงจะมี
velocity ตรงนี้ |
|
การแข่งขันจะอยู่ที่ความเร็ว
DT
จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร
การแข่งขันจะอยู่ที่ speed เช่น
การ respond quickly, access quickly, change quickly
องค์กรก็จะกลายเป็น learning organization
ที่มีเครือข่ายเป็น digital nervous system
ทุกองค์กรจะต้องเพิ่มไอคิวให้กับองค์กรของตนเอง
จะเพิ่มได้อย่างไร นั่นคือต้องให้คนในองค์กรของตนเองฉลาดขึ้นโดยต้องมีระบบ nervous system ที่ดี
ระบบข้อมูลที่ feed ให้เขาสามารถมี judgement หรือมี decision making ตลอดเวลา
|
|
องค์กรต้องมีความโปร่งใสสูง
จะไปสู่จุดนี้แสดงว่าองค์กรต้องมี
transparency สูงมาก
เพราะความลับจะเริ่มเหลือน้อยลง
สังเกตดูนะครับว่าผมเน้นเรื่อง transparency ตลอดเวลา
เราเคยชินอยู่กับวัฒนธรรมที่ทุกอย่างเป็นความลับ
กลัวคนอื่นจะเลียนแบบ
แต่วันนี้เป็นเรื่องของการที่โลกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่ถูกเปิดเผยแล้ว
และถูกเลียนแบบแล้ว
เราก็ต้องมาคิดใหม่อีก
ผู้ชนะคือผู้คิดเกมใหม่นะครับ
ถ้าใครคิดเล่นเกมของคนอื่น
โอกาสชนะไม่มีหรอกครับ
เราต้องคิดเกมให้คนอื่นเล่น
อย่าไปเล่นเกม IMF
อย่างที่เป็นมาเลยครับ |
|
กลายเป็น
Learning Organization
องค์กรจะปรับเปลี่ยนจาก functioning
organization เป็น process-oriented organization และในที่สุดก็กลายเป็น learning organization
ระบบการบริหารจะไม่เป็น
hierarchy อีกต่อไป จะเป็นลักษณะของเครือข่ายที่เป็น node
แต่ละระดับการบริหารทุกคนจะเป็น
node และจะโยงใยกัน ข้ามไปมากันได้
ไม่มีการมาบอกกันว่าคนนี้มาข้ามหัวอีกต่อไป
organization เกือบจะเหมือนกันหมด
เป็นลักษณะ networking หมด เพราะฉะนั้นใครกำลังทำธุรกิจอยู่
ให้รีบไปปรับ organization ของตัวเอง แต่จะปรับได้อย่างนั้น ต้องมี digital
nervous system ของตัวเองที่แข็งแรง
ระบบการไหลของข้อมูลต้องดี
ไม่เช่นนั้นจะไป networking ไม่ได้ |
|
อย่าต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ผมอาจจะพูดอะไรที่เร็ว
แต่ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มาแน่นอน
Change before you are forced to change.
อย่าไป resist มัน
ต้องพยายามขี่บนจรวดลำนี้ให้ได้
ไม่ใช่พอเห็นจรวดมา ไปด่าจรวด
ไม่ได้นะ ต้องขึ้นขี่เลย เราจะได้ไปเร็วด้วย
ขี่แล้วก็ต้องเกาะให้แน่น
ประเดี๋ยวจะร่วง |
|
การติดต่อสื่อสารคือปัจจัยสำคัญ
communication ก็ยังจะเป็น key factor
ที่จะทำให้ flow ของ information ไปได้ดี
มันจะสอดคล้องกับที่เรียกว่า Network
organization becoming learning organization. เพราะฉะนั้นระบบ communication ก็จะเป็นหัวใจสำคัญ จะไม่มีคำว่า centralized หรือ decentralized อีกต่อไป จะเป็น networking organization
หมด ทุกอย่างจะอยู่ที่ nervous system ของ
organization นั้นหมด |
|
รัฐต้องเป็นผู้นำในการปรับตัว
เรามาดูภาครัฐกับการเมืองบ้าง
รัฐต้องเป็นผู้นำในการปรับตัวให้เข้ากับ
post information age ในปี 2000
เรายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันเลยนะครับ
เพราะเราใช้ปี 2543
เราเลยไม่ได้ทำอะไรเลย Y2K
เป็นคู่แข่งซิป YKK
หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ รัฐบาลจะต้องเป็นตัวนำครับ
ต้องเป็นรัฐบาลประเภท open and
internetworked government คือเราต้องพยายามเปลี่ยนรัฐบาลปัจจุบันที่เป็น
very analogue government ให้เป็น digital ให้มากที่สุด
กระทรวงทบวงกรมทุกแห่งต้องมีอินทราเน็ตเป็นของตัวเอง
ต้อง cross กันเป็นเอ็กซ์ทราเน็ต
แต่การกลายเป็นอินทราเน็ตของประเทศไทย
ตรงนี้ต้องทำเร็วเราถึงจะทันโลก |
|
รัฐบาลต้องสามารถสร้างและใช้
Network
ถ้าเราคิดว่าไม่ทำตรงนี้
เราก็จะล้าหลังไปเรื่อยๆ
อีกหน่อยเราจะแข่งกับเวียดนาม
พม่าก็กำลังจ่อเข้ามา ผมเสียใจมากที่เรายิ่งทำกันไปกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐต้องรีบสร้าง
networking ต้องรีบสร้าง digital nervous system และต้อง
transform รัฐบาลให้ไปสู่การเป็น internetworked
government ให้ได้
รัฐบาลต้องสามารถสร้างและใช้ network
เพื่อเชื่อมโยงกับประชาชนและสังคมให้ได้ |
|
ต้องติดตั้งอินเตอร์เน็ตในระดับตำบล
ผมเคยประกาศว่าผมจะติดตั้งอินเตอร์เน็ตในระดับตำบล
ให้ทุกตำบลมี homepage
ของตัวเองให้ได้ เพื่อสามารถเชื่อมโยงระหว่างตำบลได้หมด
แล้วก็ให้เด็กบ้านนอกที่อยู่ในตำบลบ้านนอกนี่แหละ
มีความสามารถ access information
ได้เท่ากับเด็กที่กรุงเทพฯ
เป็นการลดช่องว่างการเข้าสู่ข้อมูลระหว่างคนในเมืองกับคนในชนบทให้น้อยลง
เพราะถ้าไม่แก้ไขมันจะกลายเป็นช่องว่างที่เป็นปัญหามากขึ้น
เราต้องพยายามทำในลักษณะก้าวกระโดด
ให้เด็กชนบท
สามารถเข้าสู่ข้อมูลได้เท่ากับเด็กกรุงเทพฯ
หรือเด็กนิวยอร์ค
อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ถ้าเราใช้มันให้เกิดประโยชน์ มันก็จะลดช่องว่าง
แต่ถ้าไม่ใช้มัน
มันจะเป็นตัวที่เพิ่มช่องว่างให้หนักยิ่งกว่าเก่า |
|
ต้อง Modernize
ประเทศไทย
ต่อไปเรื่องระบบภาษี
การให้บริการต่างๆแก่ประชาชน
หรือการเลือกตั้ง
การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ต้องอาศัยผ่าน nervous system
ไม่เช่นนั้นช่องว่างระหว่างรัฐบาลกับประชาชนจะมากขึ้นเรื่อย
ๆ รัฐบาลจำเป็นต้อง modernize ตัวเอง ถึงเวลาปี 2000
ต้อง modernize ประเทศไทยแล้วครับ |
|
เราต้องเป็น Knowledge Economy
มาดูเรื่องของเศรษฐกิจ
เราต้องเป็น knowledge economy
คือระบบการกระจายการตัดสินใจต้องลงไปยังระดับล่างให้มากที่สุด
เพื่อให้คนที่มีความรู้
สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกับข้อมูลที่มัน
flow ไป และจัดการกับระบบ process
ภายใต้ระบบของ digital nervous system
ที่มันเป็นไป
จะต้องพัฒนาคนให้มีความรู้ทางด้านนี้ให้มากขึ้น ต่อไปเรื่องของ bits
จะกลายเป็นสินค้าแล้ว
เพราะมัน digitize ทั้งหมด Bits becoming
goods. ทุกอย่างจึงเป็นสินค้าหมด
อะไรก็แล้วแต่
ต้อง
convert เป็น digital หมด
การ convert ต้องระวังด้วยนะครับ
พรรคการเมืองบางพรรคมีปัญหาเรื่อง
DAAD (การแปลง digital เป็น analogue และการแปลง
analogue
เป็น digital) เป็นเรื่องของ converter
ที่ไม่ work |
|
นายหน้าจะหมดอาชีพ
เศรษฐกิจข้างหน้า middle man
จะมีปัญหาครับ
ถ้าพวกเขาไม่รู้จักคำว่า add value
พวกเขาจบเลย ทำไมนายลี กวนย
ูถึงโวยเรื่องอินเตอร์เน็ตเหลือเกิน
โวยว่าอยากให้เด็กเอเชียนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอทั้งวันเหรอ
โวยเพราะอะไร
เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ร่ำรวยจากการเป็นนายหน้า
อินเตอร์เน็ตจะทำให้นายหน้าหมดอาชีพ
เว้นแต่นายหน้านั้นจะเข้าใจวิธี add value
|
|
คิดจะก้าวกระโดด
ต้องคิดแบบ Digital
แล้วต่อไปข้างหน้าจะเป็นลักษณะของ
innovation-based economy
อย่างที่ผมพูดว่ามันจะมี break through new technology ตลอด เพราะฉะนั้นคนเราจึงต้องมี
R&D คือมีสมองที่ breakthrough ไปเรื่อยๆ
วันนี้เราเอาของเก่าที่แข่งขันกันมาเป็น
10-20 ปีทิ้งไปเลย เราต้องเขียนโปรแกรมใหม่
กระโดดไปข้างหน้าเลย
สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา
อย่าไปเอาโปแกรมเก่า ๆ มาดัดแปลง เพราะ convert ไม่ทันแล้ว
ถ้าคิดจะก้าวกระโดด ต้องคิดแบบ digital
|
|
วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์จะสั้นลง
เรื่องของ innovation-based economy
เป็นสิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดขึ้นแล้วก็คนทำมาหากินกับเทคโนโลยีจะต้องเข้าใจว่า product life cycle
จะสั้นลงเรื่อยๆ ดูอย่าง Sony
ที่เขาคิดผลิตภัณฑ์ใหม่
ปีหนึ่งประมาณ 5,000 รายการ เพราะฉะนั้น
การลงทุนทางเทคโนโลยี
ความสามารถของมันคือ จะต้องใช้
product ตัวนี้ให้นานที่สุดเท่าที่มันยังสามารถแข่งขันได้
การลงทุนเรื่องนี้เปลี่ยนเร็วก็เจ๊ง
เปลี่ยนช้าก็เจ๊ง
ดังนั้นต้องหาความพอดีให้ได้ |
| |
|
|
| |
| |