|
เราจะได้ระบบการศึกษาใหม่
มาดูเรื่องของสังคมภายใต้ digital economy
เราจะได้อะไรขึ้นมาใหม่
แน่นอนคือ new education system
ศูนย์การเรียนจะเริ่ม shift
จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมากขึ้น
การเรียนรู้จะเป็นลักษณะของ life
long challenge เป็นการท้าทายอยู่ตลอดเวลา
พวกท่านทั้งหลายถ้าอยากเป็นคนฉลาดทันคน
ต้องท้าทายตัวเองกับสิ่งใหม่ ๆ
ทุกวัน แต่อย่าไปท้าทายในทางที่ผิด |
|
การทำงานกับการเรียนจะเป็นสิ่งเดียวกัน
เรื่องของการทำงานกับการเรียน
เริ่มจะกลายเป็นสิ่งเดียวกันและในเวลาเดียวกัน
เรียนไปทำงานไป Working and learning become the same thing at
the same time. สรุปแล้วคนทำงานต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา digital media ใหม่
ๆ ก็จะทำให้มีการเปลี่ยนเรื่องของการศึกษาเป็น
distance learning โลกทั้งโลกกลายเป็น one
campus
ต่อไปข้างหน้ามหาวิทยาลัยอาจจะลงทะเบียน
cross กันได้ transfer หน่วยกิตได้ เช่น
ลงทะเบียนที่จุฬาฯ อาจจะ take course ที่ Harvard
บางส่วน
ตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตข้างหน้า
|
|
Download จะเร็วขึ้นและถูกลง
พวก Bible หรือ encyclopedia
จะเข้าไปในอินเตอร์เน็ตหมด ไม่ต้องหอบหนังสือไปเรียน สามารถดึงมาจากอินเตอร์เน็ตได้ ต่อไปการ download
จะรวดเร็วมากด้วย breakthrough new technology
จะทำให้ speed เร็วขึ้นเป็น 100 เท่า
และค่าใช้จ่ายในการ download จะถูกลง |
|
การจ้างงานจะเปลี่ยนไป
การจ้างงานก็จะเป็นลักษณะของ more
white collar และ more contract and part time employee
คน ๆ
เดียวจะทำงานหลายบริษัท
อาจทำอยู่ที่บ้าน เป็น contract
กับเมโทร ซิสเตมส์บ้าง
กับสามารถบ้าง กับยูคอมบ้าง คนเดียวอาจจะทำ 3 ที่
มันอยู่ที่ความ smart ของคุณ
แต่ที่สำคัญผมอยากเห็นคนหัวดีทั้งหลายคิดเป็นเถ้าแก่เอง
อีกสักครู่จะกลับมาตรงนี้อีกที |
ช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยจะมากขึ้น
gap ระหว่างคนจนคนรวยจะมากขึ้นใน
information society
เพราะโอกาสของการเข้าถึงข้อมูลจะต่างกัน
ผมจึงได้บอกว่าผมจะทำอินเตอร์เน็ตระดับตำบล
7,000 ตำบล ถ้าได้ผลดี
ผมจะลงถึงหมู่บ้านซึ่งมีแค่ 70,000
เอง
รัฐบาลไปอุดหนุนแบงก์เจ๊งตั้งเยอะได้
ทำไมใช้ตรงนี้ไม่ได้ ต้อง modernize
ประเทศให้ได้ |
|
ต้องตั้งหลักตัวเองให้ดี
ทุกคนจะต้องการมีส่วนร่วม
เพื่อจะเข้าไปสู่ cyberspace
นี้อย่างแน่นอน 35%
ของครอบครัวอเมริกันจะมีเครื่อง PC 50% ของวัยรุ่นอเมริกันจะมีเครื่อง PC
จะเห็นว่าทุกอย่างมันแปบที่นู่นหมด
แล้วในที่สุดก็จะผลักดันเข้ามาสู่ประเทศของเรา จึงต้องตั้งหลักให้ดีในการ modernize
ตัวเอง ไปฝืนไม่ได้หรอกครับ เราจะลำบาก
เพราะฉะนั้นการเท่าเทียมกันในเชิงของความรู้
และการเข้าสู่ข้อมูลข่าวสารจะต้องดี |
|
ความสำคัญของ Analytical Power
อนาคตข้างหน้า
ผมอยากบอกว่าคนหนุ่มอย่างพวกท่านที่เล่นอินเตอร์เน็ตอย่างเก่งอย่างเชี่ยวชาญ
การแข่งขันที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ใครมีข้อมูลมากกว่ากันนะครับ
มันเลยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง คือ
ใครจะสามารถเลือกและวิเคราะห์ข้อมูลนั้นได้ดีกว่ากัน
ใครที่บอกว่า Information is power.
บอกแค่นั้นจบ ไม่ใช่แล้วนะครับ Alvin Toffler เขียนหนังสือเล่มนี้ไว้นานมากแล้ว
วันนี้มันขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
คือเรื่องของ speed ซึ่งต้องเริ่มด้วยการเลือกและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจะนำมาใช้เป็น
analytical power
เป็นจุดที่สำคัญมากที่จะทำให้คนเก่งกว่ากัน
หรือเหนือกว่ากัน หรือช่วงชิงอะไรได้ก่อนกัน |
|
อเมริกันอยากเป็นเถ้าแก่
หันกลับมาดูเรื่องการเป็นเถ้าแก่
ตอนนี้บรรดาคนมีความรู้ทั้งหลายในอเมริกาไปเป็นเถ้าแก่หมดแล้ว
เพราะโอกาสมันมีมาก สมัยก่อนในอเมริกา
ถ้าใครมาพูดว่าผมจะทำธุรกิจนะ
จะมีแต่คนค้าน อย่าทำเลย
มันเสี่ยง ไปเป็นลูกจ้างเขาดีกว่า
ตอนนี้เสียงอย่างนี้กำลังสะท้อนอยู่ในประเทศไทย
เสร็จแล้ววันนี้ที่อเมริกากลับกลายเป็นว่า
วันนี้ถ้าบอกว่าผมมีไอเดีย
จะทำธุรกิจ
มีแต่คนเอาเงินมาให้ทั้งที่ไอเดียบางอันมันก็ไม่ได้เรื่อง
แต่เพราะคนไปรวยกับไอเดียใหม่ ๆ
เยอะ จึงมีคนอยากคิดทุกวัน |
|
คนไทยอยากเป็นมนุษย์เงินเดือน
ขณะที่ประเทศเรามีแต่คนหางาน
ไม่มีคนสร้างงาน
ถ้าวันนี้กำลังผลิตเรากลับมาที่
100% หรือใกล้ 100% เราเพิ่งจะ absorb
คนตกงานได้แค่ประมาณ 3,000,000
คนกลับเข้าไปได้เท่านั้นนะครับ แต่ยังไม่ได้ absorb
คนที่จบใหม่นะ
เพราะทุกคนต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือนหมด
ทุกคนจึงควรหันมาสร้างงาน
คือสร้างเถ้าแก่รายใหม่ |
|
ประเทศไทยต้องยกเครื่องใหม่หมด
การสร้างเถ้าแก่ใหม่ได้
ประเทศไทยต้องล้างกติกาเก่า
ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด
ที่ผมเรียกว่า คิดใหม่ ทำใหม่
ถ้าเราเอากรอบของกฎหมายเป็นตัวตั้ง
เราจะคิดอะไรไม่ได้เลยครับ
เท่ากับว่าเราใส่กุญแจมือก่อนให้ขึ้นชก เราจึงต้องรื้อหมดครับ เราต้องหา solution
ว่าเราต้องการไปที่ไหน
ต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้น
อะไรคืออุปสรรคต้องแก้ให้หมด
ก่อนอื่นต้องเอาเป้าหมายเป็นตัวตั้งครับว่า
เราจะไปตรงไหนในยุคของ digital economy
เราต้องการสร้างอะไรระบบ e-commerce เราฝืนมันได้มั้ย
คอยดูนะครับปลายปีนี้
คอมพิวเตอร์แทบทุกเครื่องจะมีคีย์บอร์ดที่รูดการ์ดสั่งซื้อสินค้าได้หมด
กติกาเรื่องของระบบภาษีหรือใบเสร็จนั้น
ต้องแก้หมด
ไม่เช่นนั้นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ คนอื่นเขาเปลี่ยนหมดแล้ว
แต่เราไม่เปลี่ยน
ก็เหมือนมัดมือคนของเราเอง |
|
เราต้องรู้เราและรู้เขา
สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ที่เราไปแพ้การแข่งขัน
ก็เพราะเราไม่รู้เขา
แต่เขารู้เราอย่างเต็มที่เลย
ที่จริงแล้วเรานั้นไม่รู้ทั้งเรา
ไม่รู้ทั้งเขา
แล้วไปนั่งเจรจากัน
กลับมาก็ภูมิใจ
ผลสุดท้ายโดนกินหมดครับ
เราจึงต้องรู้เรา และรู้เขา |
|
เราต้องเป็น Winner
และถามว่าเราจะแข่งกับเขานั้น เราจะต้องปรับตัวเราตรงไหน บอกได้เลยครับว่าเราต้องเป็น winner ครับ
Winner sees solution in every problem.
ไม่ใช่ sees problem in every solution นั่นเป็น
ooser ครับ เราต้องเอา solution
เป็นตัวตั้ง
แล้วสิ่งที่มีอยู่วันนี้มันเกิดมาเป็น
100 ปีแล้ว รื้อทิ้งให้หมดเถอะครับ |
|
ต้องเอา Solution เป็นตัวตั้ง
จำได้มั้ยครับ
มีบริษัทปลากระป๋อง 2
เจ้าเป็นคู่แข่งขันกัน
รายหนึ่งไปดูดแฟกซ์ของเพื่อน
ขึ้นศาลถูกปรับ 3,000 บาท
แต่เพื่อนเสียหายทางธุรกิจไปมากมาย
เพราะไปแย่ง oder กัน
เห็นมั้ยครับว่ากฎหมายมันล้าสมัยไปหมดแล้วครับ ต้องแก้กันทั้ง package
อย่าแก้ทีละฉบับ
เพราะจะขัดกันแบบไม่รู้จบ
วันนี้เราจะต้องเอา solution เป็นตัวตั้ง เราถึงจะไปได้ |
|
การเปลี่ยนแปลงจะมีมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงจะมีมากขึ้น
สมัยก่อนคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่มาก
แพงก็แพง ทำงานก็ช้า สมัยนี้ PC
เก่งเหลือเกิน software เก่ง ๆ เยอะ ดู
Linux สิครับ เขาให้ช่วยกัน design
ทั่วโลก Linux
มันเกิดมาจากเด็กชาวฟินแลนด์คนหนึ่งคิดขึ้นมา
คล้าย ๆ กับ Window ของ Microsoft
เด็กคนนี้ก็เอาใส่เข้าไปในอินเตอร์เน็ต
ทุกคนก็เข้าไปช่วยแก้กันใหญ่
แล้วก็เอาไปใช้
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ |
|
เด็ก ป.4
เล่นอินเตอร์เน็ตได้
วันนี้ท่านเชื่อมั้ยครับว่า
ผมได้ให้เด็กประถม 4
ที่โรงเรียนบ้านสันกำแพง
เข้ามาเรียนใน Project Light House
ของผมที่ร่วมกับ MIT Media Lab มีอาจารย์ดัง ๆ มา 2 คนคือ Dr.Negroponte
ที่เขียนหนังสือดังเรื่อง Being Digital
อีกคนคือ Seymour Pepperd
มาช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และไปทดลองที่โครงการแม่ฟ้าหลวง
เสร็จแล้วก็มาพัฒนาเทคโนโลยีนั้นให้เหมาะกับการศึกษาไทย
ก็เอาไปทำที่โรงเรียนบ้านสันกำแพง
ให้เด็ก ป.4
ที่อาจจะไม่รู้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่
แต่จะมีครูเป็น facilitator คอยแปลให ้ ปรากฏว่าเขาเล่นอินเตอร์เน็ตได้และทำ webpage ได้
และก็สามารถเลือกเรียนตามความถนัดของเขาได้ |
|
เด็กอายุ 10-15 ขวบ ทำ Webpage ได้
บอกได้เลยว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่เรียนง่ายมาก
ตอนนี้มีคนพยายามจะทำ font
แปลงภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
มีคนมาเสนอโครงการให้ผม
เป็นฝรั่งที่เคยทำร่วมกับทางญี่ปุ่น
คือถ้า font
ภาษาไทยเกิดขึ้นก็ยิ่งง่ายขึ้น
ถ้าไม่เกิดยังคงเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว
เด็กก็ยังคงใช้ได้
วันนี้ผมกำลังสอนเด็กอายุ 10-15 ขวบ
สอนเขา 3 วัน วันละ 3 ชั่วโมง จบแล้วทำ webpage เป็นนะครับ |
| |
|
|
| |
| |